ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องการปกป้องและดูแลลูกด้วยความทะนุถนอมมากแค่ไหน หรือพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพียงใด แต่ความจริงก็คือ คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถอยู่กับลูกและปกป้องลูกได้ตลอดเวลา
หากให้คุณพ่อลองจินตนาการถึงวันที่คุณแม่ไม่อยู่บ้าน แล้วคุณพ่อต้องสวมบทบาทเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกสาวสุดที่รักตามลำพังหนึ่งวันเต็มๆ โดยไม่มีคุณแม่คอยซัปพอร์ต…
คุณพ่อคุณแม่คงจะรู้สึกไม่สบายใจ หากพยายามเข้าไปกอดหรือใกล้ชิดกับลูก แต่ลูกกลับเบี่ยงตัวหนี หรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติ แล้วเอ่ยปากถาม แต่ลูกกลับตอบเพียงแค่ “ไม่มีอะไร” หรือ “ไม่ได้เป็นอะไร” แล้วหันไปอยู่กับตัวเองเงียบๆ
การเป็นแม่นับเป็นหนึ่งในบทบาทที่ท้าทายที่สุดในชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากคุณแม่จะต้องเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้าทางจิตใจ จนนึกอยากลาออกจากตำแหน่งหน้าที่อันหนักหนานี้ไปบ้าง
พ่อแม่รุ่นใหม่อาจรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เลี้ยงลูกในยุคที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ค้นหาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากหนังสือ บทความจากเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและคนรอบข้าง แต่นั่นก็ทำให้ความคาดหวังในการเป็น ‘พ่อแม่ที่ดี’ มีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ










