READING

Somatic Parenting : รับมือลูกสติแตกด้วยความสงบของพ...

Somatic Parenting : รับมือลูกสติแตกด้วยความสงบของพ่อแม่

Somatic Parenting

เวลาที่ลูกระเบิดอารมณ์ ร้องไห้เสียงดัง กรีดร้อง ทิ้งตัวลงพื้น หรือโกรธจนไม่ยอมฟังอะไร สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักพยายามทำให้เร็วที่สุดก็คือหาวิธีควบคุมพฤติกรรมของลูกทันที ไม่ว่าจะเป็นการดุ หรือการพยายามบอกให้ลูกหยุดงอแง แต่ในความเป็นจริง หลายครั้งยิ่งเราพยายามพูดหรือดุ เสียงของเราก็ยิ่งดังขึ้น ควบคุมอารมณ์เริ่มไม่ค่อยได้ และสุดท้ายกลายเป็นพ่อแม่องที่สติหลุดและระเบิดอารมณ์ใส่ลูกไปโดยไม่ตั้งใจ

Somatic Parenting แนวคิดที่ให้ความสนใจกับ ‘ร่างกาย’ ของพ่อแม่ระหว่างการรับมือกับอารมณ์ของลูก โดยเชื่อมโยงระบบประสาท ร่างกาย และอารมณ์เข้าด้วยกัน ไม่ได้มองเพียงว่าควรพูดอะไรหรือใช้เทคนิคไหน แต่ชวนให้พ่อแม่สังเกตว่าเวลานั้น ร่างกายกำลังตอบสนองอย่างไร เช่น หัวใจเต้นเร็ว ไหล่เกร็ง เสียงเริ่มดังขึ้น หรือรู้สึกอยากเดินหนีจากสถานการณ์ตรงหน้า

หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ก็คือ ก่อนจะช่วยให้ลูกสงบ ร่างกายของพ่อแม่ต้องสงบก่อน 

แต่ถึงอย่างนั้น Somatic Parenting ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่จะต้องสงบได้ทุกครั้งที่ลูกกรี๊ดสติแตก เพราะความโกรธ ความเหนื่อย หรือความหงุดหงิดเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะพยายามสงบสติอารมณ์มากแค่ไหน เพียงแต่เมื่อรู้ตัวและลองกลับมาเช็กตัวเองว่า ตอนนี้ร่างกายและอารมณ์ของเรากำลังเป็นแบบไหน และเมื่อคุณพ่อคุณแม่สงบนิ่งลงได้ ก็จะช่วยให้ลูกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นได้เช่นกัน

1. สังเกตและรู้เท่าทันร่างกายตัวเองก่อน

SomaticParenting_web_1

ก่อนที่เราจะเข้าไปห้ามลูกงอแง คุณพ่อคุณแม่ลองกลับมาสังเกตร่างกายตัวเองก่อน เพราะบางครั้งเวลาที่ลูกอาละวาด ร่างกายของคุณพ่อคุณแม่มักจะส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาโดยไม่รู้ตัว เช่น หัวใจเริ่มเต้นเร็ว ตัวเกร็ง หรือหายใจตื้นขึ้น การรู้เท่าทันว่าความตึงเครียดกำลังเกิดขึ้นในร่างกาย จะช่วยให้เราตั้งสติและเตือนตัวเองได้ทัน ก่อนที่จะเผลอตะคอกหรือระเบิดอารมณ์ใส่ลูกได้

2. ปรับสมดุลความรู้สึกและส่งต่อความสงบให้ลูก

SomaticParenting_web_2

เวลาที่ลูกร้องไห้หนักๆ ระบบประสาทของลูกกำลังตื่นตระหนกและไม่สามารถรับฟังเหตุผลของคุณพ่อคุณแม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกต้องการที่สุดคือความสงบนิ่งหากคุณพ่อคุณแม่ทำตัวเป็นเสาหลักที่นิ่ง ผ่อนคลาย และควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ร่างกายและอารมณ์ของลูกจะค่อยๆ ซึมซับความสงบนั้น แล้วค่อยๆ สงบลงตามคุณพ่อคุณแม่ในที่สุด

3. เชื่อมโยงความรู้สึกด้วยความอบอุ่นแทนการดุสอน

SomaticParenting_web_3

ขณะที่ลูกกำลังอารมณ์พุ่งพล่าน การพยายามพูดเหตุผลยาวๆ หรือดุสอน มักไม่ได้ผลและยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้นอีกด้วย ลองเปลี่ยนมาเน้นสร้างความเข้าใจและความอบอุ่นทางกายและใจแทน เช่น การย่อตัวลงนั่งสบตา การใช้น้ำเสียงนุ่มนวล หรือการเข้าไปกอดลูกไว้เบาๆ ให้ลูกรู้สึกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณพ่อคุณแม่อยู่เคียงข้างและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกเสมอ

4. ช่วยกันปลดปล่อยความเครียดที่ตกค้างในร่างกาย

SomaticParenting_web_4

ความโกรธและความเครียดไม่ได้หายไปทันที แต่มักสะสมอยู่ตามร่างกาย ทั้งตัวเราและลูก ลองชวนกันปลดปล่อยความตึงเครียดเหล่านั้นออกมาผ่านเทคนิคง่ายๆ เช่น การชวนกันถอนหายใจยาวๆ สัก 2-3 ครั้ง การขยับร่างกาย สะบัดมือเบาๆ หรือใช้การสัมผัสที่อ่อนโยน อย่างการลูบหลังหรือจับมือ วิธีเหล่านี้จะช่วยส่งสัญญาณบอกร่างกายว่าเราปลอดภัยแล้ว และช่วยให้กลับมาใจเย็นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

อ้างอิง
somatictherapypartners
embodyandmindcollective
atigercub
happymesomatictherapy

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST