คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนไม่ชอบกินผักบ้างคะ?
ถ้าตัวเองเป็นคนไม่ชอบกินผัก คงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเล็กน้อยเวลาที่ต้องชวนให้ลูกกินผักในแต่ละมื้อ เพราะเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่ชอบกินผักเช่นกัน แต่ในเมื่อรู้ดีว่าลูกจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และรู้ดีว่าผักมีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ แต่ก็ไม่อยากใช้การบังคับจนทำให้การกินอาหารกลายเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดสำหรับลูก
ผักเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโต ระบบขับถ่าย และสุขภาพโดยรวมของลูก แต่การ ฝึกลูกกินผัก อาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่ชอบกินผักเหมือนกัน เพราะนอกจากรสชาติของผักจะไม่ค่อยถูกใจเด็กแล้ว เด็กเล็กยังมักสังเกตและซึมซับพฤติกรรมของคนใกล้ตัว การที่ลูกได้เห็นพฤติกรรมการกินคุณพ่อคุณแม่ในแต่ละวัน ก็มีส่วนหล่อหลอมความคุ้นเคยและทัศนคติของลูกที่มีต่อการกินผักได้
การ ฝึกลูกกินผัก ให้ได้ผล จึงไม่ใช่การบังคับเคี่ยวเข็ญลูกฝ่ายเดียว แต่คือการค่อยๆ ปรับพฤติกรรมการกินไปพร้อมกันทั้งครอบครัว เพื่อให้การกินผักกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนในบ้านทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
1. เปิดใจลองกินผักง่ายๆ พร้อมกับลูก

หากทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกยังไม่คุ้นเคยกับการกินผัก การเริ่มจากผักที่มีรสขมหรือกลิ่นฉุนอาจทำให้รู้สึกไม่อยากไปต่อตั้งแต่แรก แต่หากลองเลือกผักที่มีรสหวานตามธรรมชาติ กินง่าย เช่น ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน แครอท แตงกวา หรือมะเขือเทศเชอร์รี แล้วค่อยๆ ชวนลูกลองไปพร้อมกัน เมื่อคุณพ่อคุณแม่เปิดใจลองกินลูกก็จะกล้าที่จะลองมากขึ้น การเริ่มจากผักที่กินง่ายจึงเป็นก้าวเล็กๆ ที่ช่วยให้ทั้งครอบครัวค่อยๆ ปรับตัวไปด้วยกัน
2. เปลี่ยนผักให้เป็นเมนูโปรด

เนื้อสัมผัส กลิ่น และรูปลักษณ์ของผักอาจมีส่วนทำให้ลูกไม่ประทับใจ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ปรับวิธีเตรียมและปรุงผักให้เข้ากับเมนูที่ลูกคุ้นเคยมากขึ้น เช่น บดฟักทอง แคร์รอต หรือบร็อกโคลีผสมลงในซอสมะเขือเทศสำหรับทำสปาเก็ตตี้ สับผักละเอียดใส่ในเนื้อบดทำเบอร์เกอร์ หรือปั่นผลไม้กับนมรวมเป็นสมูทตี้
วิธีเหล่านี้ช่วยให้ลูกได้ทำความคุ้นเคยกับผักและผลไม้ผ่านเมนูที่กินอยู่แล้ว ขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ค่อยชอบกินผักก็สามารถลองเมนูเดียวกับลูกและค่อยๆ เปิดใจไปพร้อมกันได้
3. ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเตรียมอาหาร

เด็กๆ มักรู้สึกภูมิใจเมื่อได้มีส่วนร่วมทำอาหารด้วยตัวเอง และอาจเปิดใจลองชิมสิ่งที่ตัวเองช่วยเตรียมมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มจากกิจกรรมง่ายๆ ตามวัย เช่น พาลูกไปเลือกผักด้วยกัน ให้ลูกเลือกผักที่สนใจ ช่วยล้างผัก เด็ดใบผัก หรือเรียงผักตกแต่งจาน การได้สัมผัส ได้ดมกลิ่น และได้เห็นผักในรูปแบบต่างๆ ระหว่างเตรียมอาหาร จะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับผักและอยากลองกินมากขึ้น
4. ทำให้ช่วงเวลากินอาหารเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไร้การบังคับ

การกดดันลูกให้กินผัก ไม่ว่าจะเป็นการดุว่าเมื่อลูกปฏิเสธ หรือการใช้ขนมเป็นรางวัลแลกกับการกินผัก อาจทำให้ลูกมองว่าผักเป็นเรื่องที่ต้องฝืนใจและทำให้ช่วงเวลาทานอาหารเต็มไปด้วยความตึงเครียด แทนที่จะใช้การบังคับ คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกลองชิมด้วยตัวเอง หากลูกตักผักออกจากจาน หรือลองแตะๆ แล้วไม่ชอบ ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งหรือกดดันให้ลูกกินต่อ แต่อาจให้ลูกได้ลองใหม่ในวันที่พร้อม
การสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างและไม่ทำให้ลูกรู้สึกกังวลกับการกิน จะช่วยให้ลูกค่อยๆ เปิดใจและกล้าลองชิมอีกครั้งในอนาคต
5. ชื่นชมความพยายาม
และสะสมความสำเร็จไปด้วยกัน

การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินต้องใช้เวลา คุณพ่อคุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกกินผักได้หมดจานจึงค่อยชื่นชม แค่ลูกยอมให้ผักอยู่ในจาน ลองดม ลองแตะ หรือลองชิมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถพูดชื่นชมที่ลูกกล้าลองได้ เช่นเดียวกับคุณพ่อคุณแม่เอง หากวันนี้ลองกินผักที่ไม่เคยกินมาก่อน ก็สามารถชวนลูกพูดคุยและแบ่งปันความรู้สึกไปด้วยกัน การให้คุณค่ากับความพยายามเล็กๆ เหล่านี้ จะช่วยให้การกินผักไม่กลายเป็นเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จในทันที แต่เป็นสิ่งที่ทั้งครอบครัวเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน

COMMENTS ARE OFF THIS POST