โรคเกาต์อาจไม่ใช่โรคของผู้ใหญ่อีกต่อไป หลังข้อมูลจากประเทศจีนพบว่า ผู้ป่วยมีอายุน้อยลงอย่างต่อเนื่อง และโรงพยาบาลเด็กปักกิ่งเคยพบผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดเพียง 8 ปี สะท้อนว่าภาวะกรดยูริกในเลือดสูงกำลังพบในเด็กและคนรุ่นใหม่มากขึ้น
แพทย์ระบุว่า หากระดับกรดยูริกในเลือดสูงเกินปกติ อาจเกิดการสะสมของผลึกกรดยูริกตามข้อและไต จนนำไปสู่โรคเกาต์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาไต และโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่โรคเกาต์เริ่มพบในคนอายุน้อยมากขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับ 3 พฤติกรรมหลัก ได้แก่
• กินอาหารที่มีพิวรีนและน้ำตาลสูง เช่น อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม ชานม และเครื่องดื่มรสหวาน
• นอนดึก ไม่ค่อยออกกำลังกาย และใช้ชีวิตแบบนั่งอยู่กับที่
• ภาวะอ้วนและความผิดปกติของระบบเผาผลาญ
แพทย์ยังเตือนว่า หากเด็กบ่นปวดข้อ หรือมีอาการข้อบวม แดง ร้อน และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ปกครองไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นเพียงอาการปวดจากการเจริญเติบโต (Growing Pains) แต่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคเกาต์หรือโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษา
เพื่อลดความเสี่ยง แพทย์แนะนำให้ผู้ปกครองส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มหวาน รับประทานอาหารให้สมดุล ลดอาหารแปรรูปและของทอด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากเด็กมีภาวะอ้วนหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเกาต์ ควรเข้ารับการตรวจระดับกรดยูริกตามคำแนะนำของแพทย์

COMMENTS ARE OFF THIS POST