เมื่อพยายามศึกษาแนวทางการเลี้ยงลูกจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และนำมาปรับใช้ สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ก็ยังไม่แน่ใจว่าควร เลี้ยงลูกแบบไหนดี เมื่อสารพัดวิธีการเลี้ยงดูที่คนอื่นว่าดี กลับใช้ไม่ได้ผลกับลูกของเราอย่างที่คิด
การเป็นคุณแม่ที่กังวลมากเกินไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของคุณแม่แล้ว การเป็นคุณแม่ขี้นอยด์ยังส่งผลกระทบถึงการเลี้ยงดูลูกได้
การ สอนลูกให้เข้าใจโลก จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้ลูกมีภูมิคุ้มกันเมื่อต้องเจอผู้คนและสังคมที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
การพาลูกเที่ยวก็ยังมีข้อควรระวังที่ทำให้แม่อย่างเราต้องกังวลใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับลูก หรือโรคภัยไข้เจ็บที่สมัยนี้มีมากมายเหลือเกิน
นอกจาก ไวรัส RSV ที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากคุ้นเคย ยังมี ไวรัส hMPV ที่กำลังระบาดในเด็กอนุบาลเช่นเดียวกัน
สาเหตุที่ทำให้ ลูกไม่สบาย ในช่วงวัยนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภูมิคุ้มกันของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ในขณะที่สภาพแวดล้อมช่างเอื้ออำนวยต่อการรับเชื้อโรคเข้าร่างกายมากกว่าอยู่ที่บ้าน
เราคงไม่สามารถหาวิธีที่จะเปลี่ยน ลูกนอนดิ้น ให้เป็นลูกนอนนิ่งเงียบเรียบร้อยตลอดทั้งคืน แต่เราจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจว่าทำไม ลูกถึงนอนดิ้น
พอลูกเริ่มเข้าวัยอนุบาล หรือช่วงอายุ 2-5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มเห็นว่าลูกเริ่มเป็นเด็กหัวร้อน ขี้โมโห โวยวาย เอาแต่ใจ ร้องไห้เสียงดัง ขว้างและปาข้าวของ
การ เล่นกับลูกในท้อง นอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกแล้ว ลูกยังสามารถรับรู้ได้ถึงความรักความอบอุ่นที่คุณพ่อคุณแม่ส่งผ่านจากการสัมผัสและพูดคุยได้ตั้งแต่อยู่ในท้อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เลี้ยงลูกแล้วเครียด ไม่ได้มีความสุขสนุกสนานอย่างที่คาดหวัง










