พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากเป็นคนที่ลูกเชื่อใจ ไว้ใจ อยากพูดอยากคุย และเล่าเรื่องราวในชีวิตให้ฟังได้อย่างสบายใจ โดยเฉพาะเมื่อลูกเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เด็กหลายคนยิ่งต้องการพื้นที่ส่วนตัวจากคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น อะไรที่เคยเล่าคุณพ่อคุณแม่ฟังก็น้อยลง กลายเป็นนึกถึงเพื่อนก่อนเสมอ
ยุคที่เด็กๆ เติบโตมาพร้อมกับ AI คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องปรับตัวและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก เพราะทุกเทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะ AI ที่ช่วยให้มนุษย์ก้าวข้ามข้อจำกัดหลายอย่างของตัวเองได้ การปฏิเสธและปิดกั้นจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูก ในขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไม่ปล่อยให้ AI เข้ามามีบทบาทจนทำให้ทักษะการคิดวิเคราะห์ของลูกลดลง
หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องยื่นสมาร์ตโฟนหรือเปิดแท็บเล็ตให้ลูกดู เพื่อแลกกับเวลาจัดการงานบ้านหรือเวลากินข้าวอย่างสงบ แต่เมื่อถึงเวลาต้องขอหน้าจอคืน ลูกกลับแสดงอาการไม่พอใจ โวยวาย งอแง หรือทิ้งตัวลงไปดิ้นกับพื้นเหมือนคนที่ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
เมื่อคุณพ่อคุณสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมวอกแวกง่าย เวลาชวนทำกิจกรรมอะไรก็จดจ่ออยู่ได้ไม่นานก็เบื่อ ความกังวลอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจคุณพ่อคุณแม่คือกลัวว่าลูกจะมีภาวะสมาธิสั้น เพราะเราต่างรู้ดีว่าทักษะการจดจ่อและสมาธิที่มั่นคงเป็นรากฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตของลูกในอนาคต
ปัจจุบันสังคมเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เด็กและวัยรุ่นไม่ได้มองว่า LGBTQ+ เป็นเรื่องผิดปกติ น่าอาย หรือจำเป็นต้องปิดบังเหมือนยุคสมัยก่อน
- ← Previous Page
- 1
…
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
…
- 387
- Next Page →










