คุณแม่ตั้งครรภ์อาจเคยมีอาการคันตามผิวหนัง คันหน้าท้องจากผิวที่ขยายตัว หรือคันบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า และคิดว่าเป็นเพียงอาการทั่วไปของคนท้อง
แต่ความจริงแล้วอาการ คันฝ่ามือฝ่าเท้า ในคนท้อง โดยเฉพาะหากมีอาการคันโดยไม่มีผื่นขึ้น คันมากในเวลากลางคืน และคันจนรบกวนการนอน อาจไม่ใช่อาการคันทั่วไป เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของ ภาวะคั่งน้ำดีในตับของหญิงตั้งครรภ์ (Intrahepatic Cholestasis of Pregnancy) หรือภาวะ ICP ซึ่งแม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ก็เป็นภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ หากคุณแม่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ นพ.วรชัย ชื่นชมพูนุท—สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา โรงพยาบาลเมดพาร์ค ที่จะมาอธิบายว่า ICP คืออะไร มีสาเหตุจากอะไร คุณแม่สามารถสังเกตอาการได้อย่างไร รวมถึงแนวทางการตรวจ วินิจฉัย และการดูแลรักษา เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัยตลอดการตั้งครรภ์
อาการคันตามฝ่ามือฝ่าเท้าขณะตั้งครรภ์ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
อาการคันบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าระหว่างตั้งครรภ์พบได้ค่อนข้างบ่อยครับ และไม่ได้หมายความว่าจะเป็นภาวะคั่งน้ำดีในตับของหญิงตั้งครรภ์ หรือ ICP เสมอไป บางคนอาจเกิดจากการแพ้ถุงมือ แพ้น้ำยาซักล้าง หรือเป็นอาการคันที่พบได้ตามปกติในระหว่างตั้งครรภ์
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ หากอาการคันเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะอาการคันที่เป็นมากในช่วงเวลากลางคืน คันมากจนรบกวนการใช้ชีวิต และไม่ดีขึ้นแม้จะพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าเป็นสาเหตุแล้ว ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะ ICP ได้
ภาวะ ICP เกิดจากอะไรได้บ้าง
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมคุณแม่บางคนจึงเป็นภาวะนี้ ขณะที่บางคนไม่เป็น แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนของการตั้งครรภ์ เมื่อมีการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนอาจส่งผลให้การไหลเวียนของน้ำดีทำงานได้ไม่ดี เกิดการคั่งของกรดน้ำดี (Bile Acid) ภายในร่างกาย จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะอาการคันที่เป็นลักษณะเด่นของโรค
ภาวะนี้มักพบในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ และพบได้บ่อยในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด ผู้ที่มีโรคตับมาก่อน เคยมีประวัติเป็น ICP ในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน หรือผู้ที่ได้รับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในปริมาณสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป
คุณแม่สามารถสังเกตอาการของภาวะนี้ด้วยตัวเองได้อย่างไรบ้าง
อาการคันบริเวณมือหรือเท้าเพียงอย่างเดียวถือว่าเป็นอาการที่ไม่จำเพาะ เพราะอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หากมีอาการคันมากในช่วงเวลากลางคืน คันจนรบกวนการนอน และไม่ดีขึ้นแม้จะเปลี่ยนน้ำยาซักผ้า เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิว หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุแล้ว ก็ควรสงสัยภาวะนี้
สาเหตุที่อาการมักเป็นมากในเวลากลางคืน เพราะเมื่อร่างกายอบอุ่นจากการอยู่ใต้ผ้าห่ม เลือดจะไปเลี้ยงบริเวณมือและเท้ามากขึ้น ทำให้กรดน้ำดีไปสะสมบริเวณปลายมือปลายเท้าได้มากขึ้น กระตุ้นปลายประสาทจนเกิดอาการคันเด่นชัดในช่วงกลางคืน
อีกจุดที่ช่วยแยกจากโรคผิวหนัง คือ ผู้ป่วยมักมีอาการคันแต่ ไม่มีผื่นขึ้น หากคันร่วมกับผื่น ก็มักเป็นโรคผิวหนังหรืออาการแพ้มากกว่า แต่หากคันมากโดยไม่มีผื่น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
นอกจากอาการคันแล้ว มีอาการอื่นที่พบร่วมได้อีกไหมคะ
อาจพบอาการอื่นร่วมได้บ้าง แม้จะไม่ใช่อาการหลัก เช่น อาการจุกบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำดี บางรายอาจพบตาเหลือง หรือปัสสาวะมีสีเข้ม แต่พบไม่บ่อย โดยอาการที่เด่นที่สุดของภาวะนี้ยังคงเป็นอาการคันบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ
ภาวะ ICP ส่งผลต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง
ยิ่งระดับกรดน้ำดีในร่างกายสูง ความเสี่ยงต่อทารกก็จะยิ่งมากขึ้น โดยอาจทำให้ทารกเจริญเติบโตช้า และกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัว จนเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
นอกจากนี้ กรดน้ำดียังอาจกระตุ้นให้ลำไส้ของทารกบีบตัว ทำให้ทารกถ่ายขี้เทาลงในน้ำคร่ำ หากสูดสำลักขี้เทาเข้าไป ก็อาจเกิดภาวะสำลักขี้เทาและมีปัญหาการหายใจหลังคลอดได้
อีกทั้งยังอาจส่งผลต่อการสร้างสารลดแรงตึงผิวในปอด ทำให้เด็กมีภาวะหายใจลำบากหลังคลอด และในรายที่มีความรุนแรงมาก อาจทำให้การเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ จนถึงขั้นเสียชีวิตในครรภ์ได้
ภาวะ ICP สามารถป้องกันได้ไหม แล้วมีแนวทางการรักษาอย่างไรบ้าง
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันภาวะ ICP เพราะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรค สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตอาการของตัวเอง หากเริ่มมีอาการคันบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะคันมากในช่วงเวลากลางคืน ไม่มีผื่นขึ้น และอาการไม่ดีขึ้นแม้จะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิวหรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
โดยแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของตับ ซึ่งอาจพบค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้นเล็กน้อย และตรวจระดับกรดน้ำดี (Bile Acid) ในเลือด ซึ่งเป็นการตรวจสำคัญสำหรับการวินิจฉัยโรค แม้ว่าปัจจุบันจะยังมีสถานพยาบาลที่สามารถตรวจได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนแพทย์ที่สามารถตรวจได้
นอกจากนี้ แพทย์ยังต้องตรวจแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกก่อน เช่น ภาวะตับอักเสบเฉียบพลันจากการตั้งครรภ์ (Acute Fatty Liver of Pregnancy) หรือ HELLP Syndrome ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงและต้องได้รับการรักษาแตกต่างกัน จึงจะสามารถวินิจฉัยว่าเป็น ICP ได้
สำหรับการรักษา จะพิจารณาตามความรุนแรงของโรค โดยใช้ระดับกรดน้ำดีในเลือดเป็นตัวช่วยในการวางแผนการรักษา หากระดับกรดน้ำดีสูงมาก อาจจำเป็นต้องวางแผนให้คลอดเร็วขึ้น แต่หากระดับไม่สูงมากและอาการไม่รุนแรง แพทย์จะประเมินอายุครรภ์และวางแผนการคลอดให้เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปมักแนะนำให้คลอดเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์
สิ่งที่ควรสังเกตก่อนคืออาการคันที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 หากมีอาการคันมากในเวลากลางคืน ไม่มีผื่น และไม่ดีขึ้นแม้จะพยายามแก้ไขแล้ว ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้สามารถดูแลทั้งคุณแม่และทารกได้อย่างใกล้ชิด
การนับลูกดิ้นช่วยสังเกตภาวะนี้ได้หรือไม่
การนับลูกดิ้นอาจช่วยบ่งบอกความผิดปกติได้ในระยะที่โรครุนแรงแล้ว แต่ไม่ใช่วิธีที่ใช้คัดกรองภาวะ ICP เพราะหากรอจนลูกดิ้นน้อยลงหรือไม่ดิ้น แสดงว่าทารกอาจได้รับผลกระทบไปแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่ควรสังเกตก่อนคืออาการคันที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 หากมีอาการคันมากในเวลากลางคืน ไม่มีผื่น และไม่ดีขึ้นแม้จะพยายามแก้ไขแล้ว ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก เพื่อให้สามารถดูแลทั้งคุณแม่และทารกได้อย่างใกล้ชิด
หลังคลอดแล้ว อาการคันและการทำงานของตับจะกลับมาเป็นปกติไหม
ภาวะ ICP เป็นโรคที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์โดยตรง ดังนั้นหลังคลอด เมื่อการตั้งครรภ์สิ้นสุดลง อาการคันและความผิดปกติของการทำงานของตับก็มักจะค่อยๆ ดีขึ้นและกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน
ภาวะ ICP ส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาวหรือไม่คะ
โดยทั่วไปภาวะ ICP จะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ และเมื่อคลอดแล้วอาการก็มักหายไป ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานของตับในระยะยาว
แตกต่างจากโรคตับชนิดอื่นที่ทำให้เกิดการอักเสบของตับอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต แต่สำหรับ ICP จะมีการอักเสบของตับเพียงเล็กน้อย และสามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว จึงไม่พบผลกระทบระยะยาวต่อคุณแม่
ภาวะนี้ส่งผลต่อการให้นมลูกหรือไม่
ไม่ส่งผลครับ คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ตามปกติ
จากประสบการณ์ของคุณหมอ มีอาการคันแบบไหนที่คุณแม่มักมองข้าม จนทำให้มาพบแพทย์ช้า
หลายคนมักคิดว่าอาการคันเป็นเรื่องปกติของคนท้อง หรือเข้าใจว่าเกิดจากการแพ้น้ำยาซักผ้า เสื้อผ้า หรือผ้าห่ม จึงเลือกที่จะทนหรือรอดูอาการก่อน แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ หากมีอาการคันที่ไม่ดีขึ้นแม้จะลองเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ไม่มีผื่นขึ้นและคันมากในช่วงเวลากลางคืน ควรนึกถึงภาวะ ICP และรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม อย่าคิดว่าเป็นเพียงอาการคันธรรมดา เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อทารกได้ บางรายมาพบแพทย์เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น ทารกถ่ายขี้เทาในครรภ์จนเกิดภาวะสำลักขี้เทาหลังคลอด หรือในรายที่รุนแรงอาจเกิดการสูญเสียทารกในครรภ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ

COMMENTS ARE OFF THIS POST