READING

Minor Milestones Concept : ความสำเร็จเล็กๆ เพื่อสุ...

Minor Milestones Concept : ความสำเร็จเล็กๆ เพื่อสุขภาพใจที่ดีของลูก

Minor Milestones Concept

พัฒนาการของลูกย่อมคือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบแข่งขัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนพยายามกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้ลูกอย่างเข้มงวดและยิ่งใหญ่ เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อตัวลูก

แต่​การจะไปถึงเส้นชัยที่ตั้งไว้ได้อย่างงดงามนั้น กระบวนการระหว่างทางก็ย่อมมีความสำคัญไม่แพ้กัน การเลี้ยงลูกด้วยแนวคิด Minor Milestones Concept จะมุ่งเน้นที่การให้คุณค่ากับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาการย่อยของลูกๆ ในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าพัฒนาการเหล่านั้นจะถือเป็นความก้าวหน้าเล็กๆ แต่เมื่อสะสมต่อเนื่องก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้เป้าหมายเกิดผลสำเร็จแล้ว ก็ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตใจที่ดีให้กับลูก ผ่านการให้รางวัลในแต่ละเป้าหมายย่อยได้อีกด้วย

ข้อดีของการเลี้ยงลูกด้วยแนวคิด Minor Milestones Concept คือ ลูกจะเติบโตโดยปราศจากแรงกดดันจากการเปรียบเทียบกับพัฒนาการของเด็กคนอื่น อีกทั้งเมื่อเด็กได้บรรลุความก้าวหน้าก็จะได้รับคำชื่นชม ทำให้มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมให้พัฒนาการเป็นไปอย่างดีขึ้นอีกด้วย

1. แบ่งเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเป้าหมายเล็ก

MinorMilestones_web_1

การแบ่งเป้าหมายใหญ่ให้กลายเป็นหลายๆ เป้าหมายย่อย จะไม่เป็นการกดดันเด็กจนเกินไป และทำให้เกิดการสะสมของทักษะย่อย ก่อให้เกิดเป็นทักษะพื้นฐานที่จะต่อยอดไปสู่ทักษะที่สูงขึ้น อีกทั้งยังลดความล้มเหลวในการบรรลุผลอีกด้วย ซึ่งเป้าหมายที่ถูกแบ่งควรเป็นเป้าหมายที่ส่งผลก่อให้เกิดการพัฒนาได้จริง ไม่ใช่การแบ่งย่อยเกินไปจนไม่ก่อให้เกิดการเรียนรู้

2. บันทึกความก้าวหน้าเล็ก ๆ อย่างสม่ำเสมอ

MinorMilestones_web_2

นอกจากการตั้งเป้าหมายให้กับลูกแล้ว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือการจดบันทึกความก้าวหน้าหรือความสำเร็จต่างๆ ที่ลูกทำได้ โดยการบันทึกนี้ไม่ใช่เป็นแค่การเก็บข้อมูลเพียงเท่านั้น แต่จะทำให้ได้เห็นถึงพัฒนาการของลูกอย่างชัดเจนและเป็นปัจจุบัน ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือสังเกตุได้ว่าลูกมีพัฒนาการน้อยลงก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

อีกทั้งการเก็บข้อมูลจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถทราบได้ถึงกระบวนการเรียนรู้ของลูก ส่งผลให้เกิดการออกแบบการพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคลที่เหมาะกับลูกของเราได้

3. จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการในขั้นต่อไปของลูก

MinorMilestones_web_3

เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีข้อมูลพัฒนาการของลูกที่ได้จากการบันทึกความก้าวหน้ามาแล้ว ก็สามารถนำข้อมูลนั้นมาต่อยอดในการจัดกิจกรรมเสริมทักษะที่เหมาะสมกับพัฒนาการของลูก โดยควรจัดเรียงกิจกรรมเป็นลำดับขั้นตอนที่เชื่อมโยงกัน เช่น ถ้าหากลูกมีทักษะในด้านการหยิบจับสิ่งของแล้ว ก็ควรจัดให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะที่ใช้การหยิบจับเป็นส่วนประกอบอย่างการหยิบช้อนและส้อมมาประกอบการรับประทานอาหาร หรือการเรียนรู้ด้านศิลปะผ่านการหยิบจับดินสอขึ้นมาขีดเขียน

4. ชื่นชมความก้าวหน้าเล็กๆ

MinorMilestones_web_4

การชื่นชม ถือเป็นหนึ่งในการเสริมแรงตามทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory) ของ B.F. Skinner ซึ่งมีแนวคิดคือ พฤติกรรมใดที่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจจะมีโอกาสที่จะเกิดซ้ำได้มากขึ้น โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงลูกได้ โดยเมื่อเด็กๆ ได้บรรลุหรือมีความก้าวหน้าในเป้าหมายย่อยที่ตั้งไว้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะชื่นชมการกระทำนั้น เมื่อลูกๆ ได้รับคำชื่นชมแล้ว ก็จะทำให้เกิดความพึงพอใจและกระตุ้นให้เกิดการกระทำซ้ำอีกครั้ง โดยควรชื่นชมที่การกระทำมากกว่าการชื่นชมที่ตัวบุคคล เพราะจะสร้างแรงจูงใจในระยะยาวได้มากกว่า

5. ไม่เปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น

MinorMilestones_web_5

การเปรียบเทียบลูกกับลูกของคนอื่น จะเป็นการสร้างความกดดันต่อเด็ก และไม่ได้เป็นการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้แต่อย่างใด เพราะเด็กทุกคนล้วนมีความถนัดที่แตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ คือการเปรียบเทียบความก้าวหน้าของตัวลูกในทางสร้างสรรค์ เช่น การชื่นชมลูกว่าได้พัฒนาขึ้นจากเป้าหมายย่อยที่เคยทำได้เมื่อครั้งก่อน โดยการกระทำแบบนี้นอกจากจะไม่สร้างความกดดันแล้วยังสามารถเพิ่มความภาคภูมิใจให้ลูกได้อีกด้วย

อ้างอิง
CDC
OOCA

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

COMMENTS ARE OFF THIS POST