READING

NEWS UPDATE: หมอเด็กเตือน ‘ไวรัสนิปาห์’...

NEWS UPDATE: หมอเด็กเตือน ‘ไวรัสนิปาห์’ อันตราย แม้ยังไม่พบในไทย เด็กเสี่ยงอาการรุนแรงและผลระยะยาว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กออกมาเตือนถึงความอันตรายของ ไวรัสนิปาห์ หลังสถานการณ์การระบาดในต่างประเทศยังคงน่ากังวล แม้ว่าในประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่เด็กโดยเฉพาะกลุ่มเล็กถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะหากติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงและส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาว 

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ไวรัสนิปาห์ซึ่งเป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอในตระกูล Paramyxovirus มีค้างคาวกินผลไม้เป็นแหล่งรวมเชื้อ และสุกรหรือหมูอาจทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแพร่เชื้อสู่คน โดยจากประวัติการระบาดในต่างประเทศ พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และในช่วงหลังยังพบอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมกับอาการทางสมองเพิ่มขึ้น 

อัตราการเสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้มีตั้งแต่ประมาณ 40% ถึง 75% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และศักยภาพทางการแพทย์ในพื้นที่ และปัจจุบันยังไม่มี วัคซีนหรือยาต้านไวรัสที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ สำหรับการป้องกันหรือรักษา 

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า การแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนนั้นสามารถเกิดจากการสัมผัสสัตว์ติดเชื้อโดยตรง เช่น ค้างคาวหรือสุกร รวมถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือผลไม้ที่ปนเปื้อน นอกจากนี้การติดเชื้อจากคนสู่คนก็เป็นไปได้ ซึ่งการเฝ้าระวังต้องพิจารณาจากประวัติการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงและอาการผิดปกติของระบบประสาทหรือระบบหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก 

แพทย์ระบุว่า อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์อาจเริ่มจากไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน เวียนศีรษะ ซึมลง ชัก หรือหมดสติ รวมถึงปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หากสงสัยการติดเชื้อจะต้องรายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขทันทีตามกฎหมาย 

พญ.ศิโรรัตน์ สุวรรณโชติ กุมารแพทย์ประสาทวิทยา เสริมว่า การวินิจฉัยไวรัสต้องอาศัยการตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR ในแลบที่มีมาตรฐาน และการรักษาจะเป็นการประคับประคองอาการ เพราะอาการเริ่มแรกมีความคล้ายคลึงกับโรคอื่น ๆ หากหายจากโรค ผู้ป่วยประมาณ 20% อาจมีภาวะสมองอักเสบซ้ำได้แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และเสี่ยงเกิดโรคลมชักในอนาคต 

แพทย์ยังแนะให้ผู้ปกครองสังเกตอาการเด็ก หากพบไข้สูง ซึมลง ไม่เล่น เบื่ออาหาร อาเจียนบ่อย หรือมีอาการเกร็งกระตุก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งสำหรับการป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเข้าใกล้พื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ หลีกเลี่ยงผลไม้ที่ตกอยู่ตามพื้น หรือมีรอยสัตว์กัดแทะ และควรล้างผลไม้ให้สะอาด ปอกเปลือก รวมทั้งสอนเด็กให้ล้างมือบ่อยๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยง 

รายงานข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของไทยในการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์อย่างใกล้ชิด แม้จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่แพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขย้ำว่าการเตรียมความพร้อมและการให้ข้อมูลแก่ประชาชนยังเป็นเรื่องสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในอนาคต 

อ้างอิง
thecoverage.info

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST