READING

เด็กญี่ปุ่นเลิกไปโรงเรียน (Futoko) ปรากฏการณ์ที่สั...

เด็กญี่ปุ่นเลิกไปโรงเรียน (Futoko) ปรากฏการณ์ที่สังคมต้องรับฟัง

เด็กญี่ปุ่นเลิกไปโรงเรียน

ญี่ปุ่นมักถูกพูดถึงในฐานะประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง แต่เบื้องหลังภาพจำเหล่านั้น ประเทศญี่ปุ่นกลับต้องเผชิญสถานการณ์เด็กนักเรียนจำนวนมากกำลังเลิกไปโรงเรียน ทั้งที่ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพหรือการเงินของครอบครัว

กระทรวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ให้คำจำกัดความกลุ่ม เด็กญี่ปุ่นเลิกไปโรงเรียน นี้ว่า Futoko  ว่า (不登校) ซึ่งหมายถึงนักเรียนที่ไม่ไปโรงเรียนติดต่อกันหรือขาดเรียนสะสมเกินกว่า 30 วันขึ้นไป โดยปรากฏการณ์นี้เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในปี 2019 และปี 2024 ประเทศญี่ปุ่นมีนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นที่ไม่ไปโรงเรียนมากถึง 353,970 คน แบ่งเป็นนักเรียนประถมราว 137,000 คน และนักเรียนมัธยมต้นกว่า 210,000 คน

ปี 2025 ในรายการ Sunday Morning ที่ออกอากาศในประเทศญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนที่ไม่ไปโรงเรียน (ไม่เข้าเรียน) มากกว่า 400,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หากมองลึกลงไป เหตุผลหรือปัจจัยที่ทำให้ เด็กญี่ปุ่นเลิกไปโรงเรียน อาจกำลังสะท้อนว่าเด็กญี่ปุ่นอาจกำลังรู้สึกว่าต้องแบกรับบางอย่างมากเกินไป ทั้งความคาดหวังเรื่องผลการเรียน การแข่งขันที่สูง ความกลัวการแตกต่าง การกลั่นแกล้ง หรือการเรียนรู้ที่ไม่สอดคล้องกับตัวเอง จนกลายเป็นปัญหาที่สังคมน่าจะต้องหันมาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง

ทำไมเด็กญี่ปุ่นถึงไม่อยากไปโรงเรียน

Futoko_1

เหตุผลของเด็กที่ไม่ไปโรงเรียน เพราะบางคนรู้สึกว่าโรงเรียนไม่มีความหมายกับชีวิตของตัวเอง บางคนเผชิญแรงกดดันจากการเรียน การสอบ หรือการแข่งขัน บางคนมีปัญหากับเพื่อน ถูกกลั่นแกล้ง หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับ และบางคนก็แบกรับความเครียดทางใจที่ยังอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ดังนั้น การไม่ไปโรงเรียนคือวิธีเดียวที่พวกเขามีในการปกป้องตัวเองจากความรู้สึกที่หนักเกินจะรับไหว

เมื่อการไม่ไปโรงเรียน ไม่ได้แปลว่าหยุดเรียนรู้

Futoko_2

ท่ามกลางความกังวลของพ่อแม่และสังคม ญี่ปุ่นเริ่มมองหาทางเลือกอื่นให้กับเด็กกลุ่มนี้ เรียว ชิโอยามา ประธานมูลนิธิ Hello Life องค์กรไม่แสวงหากำไร ได้ริเริ่มโครงการทำงานและเรียนรู้จากฟรีสกูล โดยขอความร่วมมือจากร้านค้าและธุรกิจในชุมชน เปิดพื้นที่ให้เด็กที่ไม่ไปโรงเรียนได้เข้ามาเรียนรู้ชีวิตจริง

ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเกม ร้านเสื้อผ้า รวมแล้วกว่า 17 ประเภท กลายเป็นห้องเรียนรูปแบบใหม่ เด็กที่เข้าร่วมโครงการเป็นเด็กตั้งแต่ประถมปลายถึงมัธยมต้น

เด็กๆ ได้ลองทำงาน ได้เจอผู้คน ได้รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรมากกว่าการนั่งเรียนในห้อง โครงการนี้จัดขึ้นปีละสองครั้ง ครั้งละสี่วัน มีเด็กเข้าร่วมกว่าร้อยคน และสิ่งที่ผู้จัดเห็นชัดที่สุดไม่ใช่ทักษะอาชีพ แต่คือแววตาของเด็กๆ ที่เริ่มกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง

สิ่งที่เด็กต้องการได้ยิน อาจไม่ใช่คำว่า “กลับไปเรียนเดี๋ยวนี้”

Futoko_3

บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาเด็กไม่ไปโรงเรียน ไม่ได้เริ่มจากการบังคับให้เด็กกลับไปเรียน แต่เริ่มจากการรับฟัง ฟังว่าเด็กกำลังรู้สึกอะไร สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้เขาอยากอยู่ และต้องการการสนับสนุนในรูปแบบไหนบ้าง

สำหรับเด็กบางคน การออกมาจากระบบการศึกษา ไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้ แต่คือการให้เวลาได้ซ่อมแซมใจ ก่อนจะตัดสินใจกลับไปเดินบนเส้นทางเดิม หรือเลือกเส้นทางใหม่ที่เหมาะกับตัวเองมากกว่านั่นเอง

บทเรียนจากญี่ปุ่น ที่ไม่ได้บอกว่าโรงเรียนไม่สำคัญ

Futoko_4

โรงเรียนยังคงมีบทบาทสำคัญ ทั้งในแง่ของความรู้ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการเรียนรู้กติกาของสังคม แต่บทเรียนจากญี่ปุ่นทำให้เห็นว่า เมื่อระบบใดระบบหนึ่งไม่สามารถรองรับเด็กทุกคนได้ การมีทางเลือกอื่นย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เด็กแต่ละคนไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน บางคนพร้อม แต่บางคนต้องใช้เวลา สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การที่เด็กไม่ไปโรงเรียน แต่คือการที่เด็กถูกทำให้เชื่อว่าตัวเองไม่มีคุณค่าเพียงเพราะเดินไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา หรือไม่สามารถเรียนรู้ในรูปแบบเดียวกับคนส่วนใหญ่ได้

จากกรณีของญี่ปุ่นทำให้เราเริ่มตั้งคำถาม หรือเราควรขยายความหมายของคำว่า ‘การศึกษา’ ให้กว้างขึ้น ให้มีพื้นที่สำหรับการพัก การเยียวยา และการเรียนรู้ในจังหวะของตัวเอง เพราะเด็กที่ได้รับการฟังและได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ย่อมมีโอกาสกลับมาเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะกลับเข้าสู่ระบบเดิม หรือเลือกเส้นทางใหม่ที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีที่ยืนและมีคุณค่าในโลกใบนี้

 

อ่านบทความ: ลูกแค่งอแงหรือว่าเป็น ‘ภาวะไม่ยอมไปโรงเรียน (School Refusal)’
อ้างอิง
Matichon
bbc
newsdig.tbs.co.jp

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST