หากวันหนึ่งลูกเดินมาถามการบ้านกับ AI มากกว่าถามพ่อแม่ หรือเลือกเล่าปัญหาให้ AI ฟังแทนคนในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกอย่างไร?
คำถามนี้กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลัง ดร.นิกิ สวีนีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Science และ CEO ของบริษัทที่ปรึกษาด้าน AI จากออสเตรเลีย เปิดเผยว่า เธอนำ ChatGPT มาเป็นผู้ช่วยในบ้าน ทั้งช่วยสอนการบ้าน จัดการงานประจำวัน และเป็นพื้นที่ให้ลูกๆ ได้พูดคุยหรือสำรวจความรู้สึกของตัวเอง
เธออธิบายว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนบทบาทของพ่อแม่ แต่ช่วยลดภาระงานเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เธอมีเวลาไปโฟกัสกับการใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูกมากขึ้น
สิ่งที่เธอประทับใจคือ ลูกสาววัยก่อนเข้าสู่วัยรุ่นมักเลือกพูดคุยกับ AI ในวันที่ไม่อยากเล่าเรื่องให้แม่ฟัง โดย AI จะคอยตั้งคำถาม ชวนให้ลูกสำรวจความรู้สึก และมองปัญหาในมุมที่ต่างออกไป เช่น เคยบอกลูกสาวว่าไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะต้องแก้ปัญหาของทุกคน และเธอมีสิทธิ์ถอยออกมาจากสถานการณ์นั้นได้
อย่างไรก็ตาม สวีนีย์ย้ำว่า เธอไม่ได้ปล่อยให้ AI เลี้ยงลูกตามลำพัง แต่จะกลับมาอ่านบทสนทนาของลูกทุกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจว่าลูกกำลังเผชิญอะไร และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยกันภายในครอบครัว
นอกจากนี้ AI ที่ใช้ในบ้านยังได้รับการตั้งค่าให้เหมาะกับสมาชิกแต่ละคน สามารถแยกแยะว่าใครเป็นผู้ใช้งาน ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะกับวัย รวมถึงมีโหมดวิดีโอที่สามารถพูดคุย เล่นเกม และให้กำลังใจเด็กได้แบบเรียลไทม์
แม้จะเปิดโอกาสให้ลูกใช้ AI แต่เธอให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยกำหนดขอบเขตการทำงานของ AI อย่างละเอียด ทั้งช่วงอายุของเด็ก รูปแบบการสื่อสาร และหัวข้อที่ AI ไม่ควรให้คำแนะนำ
สำหรับประเด็นอ่อนไหว เช่น ภาพลักษณ์ของร่างกาย ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล เธอตั้งค่าให้ AI ไม่ตอบหรือให้คำปรึกษาโดยตรง แต่แนะนำให้เด็กกลับไปพูดคุยกับพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้แทน เพราะมองว่า AI ควรเป็นเพียง ผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือผู้ตัดสินใจแทนเด็ก
สวีนีย์ยังฝากถึงผู้ปกครองว่า การให้เด็กใช้ AI โดยไม่มีการเตรียมความพร้อม ก็ไม่ต่างจากการปล่อยให้เด็กพูดคุยกับคนแปลกหน้า ดังนั้น พ่อแม่ควรทำความเข้าใจข้อจำกัดของ AI ตั้งค่าการใช้งานให้เหมาะสม และติดตามการใช้งานของลูกอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับเธอแล้ว AI ไม่ใช่เครื่องมือที่เข้ามาแทนพ่อแม่ แต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้พ่อแม่มีเวลาและพลังในการทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีขึ้น ขณะที่การดูแลเรื่องสำคัญในชีวิตของลูก ยังเป็นหน้าที่ของคนในครอบครัวเช่นเดิม

COMMENTS ARE OFF THIS POST