แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิต ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนเราในแทบทุกด้าน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกอย่างย่อมมีผลเสียตามมาเสมอ
คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ส่วนมากมักจะมีความตั้งใจอยากเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเชิงบวก อ่อนโยนแต่ไม่ใจอ่อน ให้อิสระแต่ก็อยู่ในขอบเขต ตักเตือนแต่ไม่ใช้น้ำเสียงดุดัน หรือมีบทลงโทษ แต่ไม่ใช้ความรุนแรง แต่หลายครั้งความตั้งใจดีๆ ของคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เป็นผล หรือการเลี้ยงลูกเชิงบวกจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
เมื่อลูกเข้าสู่วัยอนุบาล คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องเล่าแปลกๆ จากลูกอยู่บ้าง บางเรื่องก็เล่าจากเหตุการณ์ที่เจอในวันนั้น แต่บางเรื่อง ก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่อดนึกสงสัยไม่ได้ว่า ลูกวัยซนคนช่างเจรจาคนนี้ กำลังขี้โม้ โอ้อวด หรือพูดจาเกินจริงมากไปหรือเปล่า…
เมื่อลูกเข้าสู่วัยอนุบาล การให้ลูกงีบหลับหรือนอนกลางวันก็กลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆ ประสบการณ์นี้ของคุณพ่อคุณแม่ ตรงกับข้อเท็จจริงของ Rosalee Lahaie Hera ที่ปรึกษาด้านการนอนหลับของเด็กอายุ 0-6 ปี แห่งเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ที่กล่าวว่า เด็กส่วนมากจะเริ่มต่อต้านการงีบหลับหรือพยายามเข้านอนช้าลงเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป
พ่อแม่หลายท่านรู้สึกใจหาย เมื่อถึงเวลาที่ลูกต้องเริ่มออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน การไปโรงเรียนเพียงครึ่งวันสามารถสร้างความกังวลใจให้พ่อแม่ได้มากมาย เช่น ลูกอยู่ลำพังได้ไหม ลูกอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้หรือเปล่า ฯลฯ การอ่านนิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมภายนอก และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้ลูกได้
การอาบป่า (forest bathing) หรือชาวญี่ปุ่นที่เรียกว่าชินริน โยกุ (shinrin – yoku) เป็นการบำบัดร่างกายผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการเดินป่า เพื่อปล่อยให้ธรรมชาติโอบกอดร่างกาย บรรเทาความเครียด เสริมสร้างสุขภาพ และนำพาจิตใจที่อ่อนล้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง









