READING

Performative Parents : คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่ห่วงภา...

Performative Parents : คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่ห่วงภาพลักษณ์มากเกินไปหรือเปล่า

Performative Parents

ถ้าต้องเลือกกิจกรรมสำหรับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่คิดว่าจะให้อะไรมีส่วนในการตัดสินใจบ้างคะ เช่น เลือกจากสิ่งที่ลูกสนใจ  จากการโหวตของคนรอบข้าง เลือกตามงบที่สะดวก หรือลองเลือกตามกระแสนิยมในโซเชียลฯ สักหน่อย…

หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มยอมให้กระแสนิยมในอินเทอร์เน็ตมามีผลต่อการกำหนดวิธีการและพฤติกรรมในการเลี้ยงลูกของตัวเอง และต้องการเป็นพ่อแม่ที่น่าสนใจในสายตาคนอื่นแล้วล่ะก็ นั่นอาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการเป็น Performative Parents หรือพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกโดยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่ดูดีในสายตาของคนอื่น มากกว่าความต้องการหรือความรู้สึกที่แท้จริงของลูก

นอกจากนั้น พฤติกรรมของพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากเป็นพิเศษยังสามารถสังเกตได้จาก 4 สัญญาณต่อไปนี้

1. ชอบโพสต์รูปหรือเรื่องราวของลูกโดยมีจุดประสงค์ให้คนชื่นชมว่าเลี้ยงลูกดี

ในปัจจุบันการที่คุณพ่อคุณแม่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับลูกเป็นเรื่องปกติ แต่หากเริ่มมีการบังคับ กดดัน หรือความรู้สึกไม่พอใจ เมื่อลูกไม่ทำตามแนวทางที่ตัวเองต้องการ อาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มของการเป็นพ่อแม่ห่วงภาพลักษณ์

2. การแสดงออกที่ต่างกันระหว่างหน้ากล้องและหลังกล้อง

เบื้องหน้าอาจดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ใส่ใจลูกเป็นพิเศษ แต่เบื้องหลังกลับมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน ไม่พูดคุยหรือเข้าหาลูกมากเท่ากับการอยู่หน้ากล้อง

3. มองว่าความสำเร็จของลูกคือหน้าตาของพ่อแม่

รู้สึกภูมิใจในตัวลูกเฉพาะตอนที่ลูกทำบางอย่างสำเร็จ แต่กลับละเลยความรู้สึกของลูกในวันที่เขาล้มเหลวหรืออ่อนแอ

4. ให้ความสำคัญกับคอนเทนท์มากกว่าโมเมนต์จริง

ชอบพาลูกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมเพราะอยากได้ภาพหรือคลิปวิดีโอมาโพสต์ โดยไม่คำนึงถึงความสนุกและความชอบของลูกเป็นหลัก

 

การเลี้ยงดูแบบ Performative Parenting ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่รับรู้ตัวตนและความรู้สึกลูกน้อยลงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคลิกภาพ สภาพจิตใจ และพัฒนาการของลูกในหลายด้าน ดังต่อไปนี้

1. ลูกจะรู้สึกว่าความรักมีเงื่อนไข

PerformativeParents_web_1

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับการแสดงแต่ด้านที่ดีที่สุดให้คนอื่นเห็น ลูกจะเริ่มซึมซับว่าตัวเองจะได้รับความรัก การยอมรับ และคำชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่เมื่อทำบางสิ่งโดดเด่นหรือสมบูรณ์แบบเท่านั้น ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกกดดัน กลัวความผิดพลาด จนอาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กปิดกั้นตัวเอง ไม่ชอบเรียนรู้หรือลองทำสิ่งใหม่ๆ ได้

2. ปลูกฝังพฤติกรรม People Pleaser

PerformativeParents_web_2

เมื่อลูกเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่คุณพ่อคุณแม่คอยเลือกกิจกรรมที่ต้องทำ ชุดที่ต้องใส่ หรือวางแผนไว้ให้เสมอ จะทำให้ลูกค่อยๆ กลายเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความต้องการและความพอใจของคนอื่นมากกว่าความต้องการของตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร ให้คุณค่ากับคำชมและการยอมรับจากผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว เพราะต้องคอยตอบสนองความคาดหวังและภาพลักษณ์ที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เป็น จนไม่มีโอกาสได้สำรวจตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

3. เกิดความสับสนในความสัมพันธ์ครอบครัว

PerformativeParents_web_3

พ่อแม่บางบ้านมีการแสดงออกกับลูกต่อหน้าและลับหลังคนอื่นต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น อบรมลูกอย่างใจเย็นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ลับหลังกลับใช้คำพูดรุนแรงหรือละเลยพฤติกรรมไม่น่ารักของลูกไปเลย พฤติกรรมเช่นนี้ของคุณพ่อคุณแม่จะทำให้ลูกรู้สึกสับสนในแนวทางการเลี้ยงดู และทำให้ลูกขาดความมั่นคงทางอารมณ์

4. เกิดภาวะวิตกกังวลได้ง่าย

PerformativeParents_web_4

เมื่อลูกต้องคอยคาดเดาอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่อยู่ตลอด ต้องคอยระแวดระวังว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จะถูกใจคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า ทำให้เด็กเกิดความเครียดสะสมจนนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล และกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่น เมื่อได้รับคำวิจารณ์เชิงลบมักเกิดความเครียดมากกว่าปกติ

อ้างอิง
Medium
iMOM

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

COMMENTS ARE OFF THIS POST