คุณแม่ที่มีลูกเล็ก นึกออกไหมคะว่าครั้งสุดท้ายที่มีเวลาแฮงก์เอาต์หลังเลิกงาน นั่งแชตหรือโทร. คุยกับเพื่อนได้เป็นชั่วโมง และมีวันหยุดที่ได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านกับชาวแก๊งคือเมื่อไหร่…
เพราะตั้งแต่เริ่มบทบาทคุณแม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกยังเล็ก ชีวิตประจำวันของแม่ก็เปลี่ยนไป จากที่เคยมีเวลาสำหรับตัวเองและคนรอบข้าง กลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยการดูแลลูก งานบ้าน และความรับผิดชอบที่แทบไม่มีวันหยุด แต่แม้จะยุ่งกับการเลี้ยงลูกมากแค่ไหน แต่คุณแม่หลายคนก็ปฏิเสธความรู้สึกเหงาและภาวะโดดเดี่ยวหลังมีลูก หรือ Mom Isolation ไม่ได้ เมื่อความสุขของการเป็นแม่ อาจมาพร้อมความรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อหน้าที่แม่ทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อน สังคม หรือแม้แต่ตัวตนเดิมของตัวเอง ค่อยๆ ลดน้อยลงโดยไม่รู้ตัว
ที่สำคัญ Mom Isolation ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาหลังคลอดเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัยของลูก เพราะภาวะโดดเดี่ยวหลังคลอด ไม่ได้เกิดจากการอยู่คนเดียวเสมอไป แต่เกิดจากการรู้สึกว่าตัวเองขาดพื้นที่ที่มีคนเข้าใจและเชื่อมโยงกับตัวตนเดิมของเรา สิ่งที่คุณแม่ต้องทำความเข้าใจจึงไม่ใช่การหาคำตอบว่า ทำไมเพื่อนและสังคมถึงค่อยๆ หายไป แต่คือเราจะดูแลหัวใจของตัวเองอย่างไร ในวันที่การเป็นแม่ทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปกว่าที่คิด
1. บางครั้งความเหงาไม่ได้เกิดจากการอยู่คนเดียว แต่เกิดจากการไม่มีใครเข้าใจ
คุณแม่อาจมีคนอยู่รอบตัวตลอดเวลาแต่ก็ยังยังรู้สึกเหงาอยู่ดี สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะสิ่งที่ขาดหายไปไม่ใช่จำนวนคน แต่เป็นบทสนทนาหรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่นต่างหาก
เมื่อชีวิตในแต่ละวันวนเวียนอยู่กับการเลี้ยงลูกและการจัดการเรื่องต่างๆ ภายในบ้าน คุณแม่จึงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองห่างออกไปจากโลกเดิมทีละน้อย โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทหรือคนอื่นๆ ยังใช้ชีวิตของตัวเองตามปกติ บางคนยังโสด บางคนไม่มีลูก หรือมีลูกในวัยที่ต่างกัน จนหัวข้อสนทนาและความสนใจเริ่มไม่เหมือนเดิม ความสัมพันธ์จึงค่อยๆ ห่างออกไปตามบริบทของชีวิตนั่นเอง
2. การมีเพื่อนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันอาจช่วยได้มากกว่าที่คิด
สำหรับบางคนแม้จะยังมีเพื่อนสนิทคอยซัปพอร์ตจิตใจอยู่ แต่บางครั้งคนที่เข้าใจปัญหาได้ดีที่สุด กลับเป็นคนที่กำลังเผชิญเรื่องเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน บางครั้งแค่มีคนเข้าใจว่า ลูกไม่ยอมนอน ลูกไม่ยอมกินข้าว หรือกำลังรับมือกับอารมณ์ของเด็กวัย 3 ขวบเหมือนกัน ก็ช่วยให้วันที่เหนื่อยล้ากลายเป็นวันที่เบาลงได้มากทีเดียว เพราะฉะนั้น การได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอยู่ในสนามรบเดียวกัน จึงช่วยให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง
3. อย่าปิดโอกาสในการสร้างเพื่อนใหม่
หลังมีลูก หลายคนอาจรู้สึกว่าชีวิตยุ่งพออยู่แล้ว และไม่อยากเริ่มต้นสร้างสังคมหรือมีปฏิสัมพันธ์ใหม่ๆ กับใครอีก แต่ในความเป็นจริง การมีลูกอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้รู้จักผู้คนใหม่ๆ มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองที่โรงเรียน กลุ่มคุณแม่ ห้องสมุด หรือกลุ่มกิจกรรมเด็ก ล้วนเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ได้พบกับคนที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน
4. ออกจากบ้านคนเดียวบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิด
เวลาพูดถึงการออกจากบ้าน หลายคนมักนึกถึงการพาลูกไปเที่ยวหรือพาลูกไปทำกิจกรรม แต่ในความเป็นจริง คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องการเวลาเป็นของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการได้ออกไปเดินเล่นคนเดียว ไปตัดผม ซื้อกาแฟ เดินซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ขับรถฟังเพลงเงียบๆ เพียงลำพัง อาจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ช่วยให้ได้กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองอีกครั้ง เพราะการดูแลตัวเองให้มีพลังและมีพื้นที่หายใจบ้าง อาจช่วยให้กลับมาดูแลลูกได้อย่างมีความสุขมากกว่าเดิม
5. โซเชียลมีเดียช่วยเชื่อมคนได้ แต่ก็อาจทำให้ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวได้เหมือนกัน
โซเชียลมีเดียอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาคอมมูนิตี้ของตัวเองได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การใช้เวลาบนหน้าจอมากเกินไปก็อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่า ตัวเองกำลังเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเวลาเห็นภาพครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ คุณแม่ที่ดูจัดการทุกอย่างได้ดี หรือเด็กที่ดูพัฒนาการก้าวหน้าอยู่เสมอ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำได้ไม่ดีพอ
ดังนั้น การวางโทรศัพท์ลงสักพัก แล้วใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หรือพูดคุยกับคนตรงหน้าจริงๆ อาจช่วยให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวลดลงได้มากกว่าการเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ ก็ได้

COMMENTS ARE OFF THIS POST