READING

ลูกเป็นออทิสติก : สังเกตสัญญาณเริ่มต้น (Early Sign...

ลูกเป็นออทิสติก : สังเกตสัญญาณเริ่มต้น (Early Signs) ได้อย่างไร

ลูกเป็นออทิสติก

ทุกช่วงวัยของลูกเต็มไปด้วยพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น คุณพ่อคุณแม่มักคอยเฝ้ามองทุกก้าวของลูกด้วยความสุขเมื่อได้เห็นลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงวัย แต่ถ้าพบว่า เมื่อถึงวัยหนึ่ง ลูกมีพฤติกรรมแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันคนอื่น เช่น ไม่สบตา ไม่ตอบสนองหรือหันมาหาเวลาเรียกชื่อ ย่อมทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลว่าพัฒนาการของลูกอาจไม่เป็นไปตามวัยได้

หนึ่งในความกังวลของคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับพัฒนาการของลูกก็คือ Autism Spectrum Disorder (ASD) หรือภาวะออทิสติก เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมบางอย่างไม่เหมือนเด็กคนอื่น จึงเริ่มสงสัยว่า ลูกเป็นออทิสติก หรือเปล่า เพราะในเด็กบางคนอาจมีอาการจากภาวะออทิสติกเพียงเล็กน้อยจนต้องใช้การสังเกตอย่างใกล้ชิด

วงการแพทย์ทั่วโลกเห็นพ้องกันว่า ยิ่งคุณพ่อคุณแม่รู้ว่า ลูกเป็นออทิสติก ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสช่วยให้ลูกพัฒนาได้เร็วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การสังเกตสัญญาณเตือนระยะแรก หรือ Early Signs ของเด็กออทิสติกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกอย่างถูกวิธีได้เร็วที่สุด

1. สัญญาณตามช่วงอายุที่ควรสังเกต

EarlySigns_web_1

เมื่อพูดถึงลักษณะของเด็กออทิสติก หลายคนอาจนึกถึงภาพของเด็กที่ไม่สบตา ไม่พูด หรือชอบอยู่คนเดียว แต่ในความเป็นจริง ภาวะออทิสติกมีความหลากหลายและซับซ้อนกว่านั้นมาก เด็กแต่ละคนอาจแสดงอาการแตกต่างกันออกไป บางคนมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ขณะที่บางคนอาจมีพฤติกรรมที่ชัดเจนกว่า

คุณพ่อคุณแม่สามารถลองสังเกตพัฒนาการของลูกตามช่วงวัยได้ดังนี้

• อายุ 6 เดือน: ไม่สบตา ไม่ยิ้มตอบ

• อายุ 9 เดือน: ไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ

• อายุ 12 เดือน: ไม่ชี้ ไม่ส่งเสียงตอบ หรือไม่ใช้ท่าทางสื่อสาร

• อายุ 16 เดือน: ยังไม่พูดคำที่มีความหมาย

• อายุ 24 เดือน: ยังไม่พูดเป็นวลีสองคำ หรือพูดซ้ำโดยไม่เข้าใจความหมาย

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้หลายข้อ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อประเมินอย่างละเอียดและรับคำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับลูกต่อไป

2. สัญญาณด้านการสื่อสารและภาษา

EarlySigns_web_2

เด็กออทิสติกมักมีวิธีสื่อสารที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป บางคนอาจเริ่มพูดช้ากว่าเพื่อน หรือพูดได้แต่ไม่ได้ใช้คำพูดเพื่อสื่อสารกับคนอื่น เช่น พูดคำเดิมซ้ำๆ หรือเลียนแบบคำพูดจากการ์ตูนโดยไม่เข้าใจความหมาย บางครั้งก็ใช้ท่าทางแทนคำพูด เช่น จูงมือผู้ใหญ่ไปหยิบของแทนที่จะชี้ หรือหลีกเลี่ยงการสบตาเวลาเจรจา

3. สัญญาณด้านสังคมและอารมณ์

EarlySigns_web_3

ในช่วงวัยที่เด็กเริ่มสนใจโลกรอบตัว ปฏิกิริยาธรรมชาติอย่างการยิ้มตอบ หรือหัวเราะเมื่อมีคนเล่นด้วย อาจไม่ปรากฏกับลูกเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งลูกอาจไม่สนใจเวลามีคนชวนเล่น ไม่ยิ้มตอบเมื่อถูกอุ้ม หรือไม่ได้แสดงอาการคิดถึงเมื่อคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักหรือไม่ผูกพัน เพียงแต่ลูกมีวิธีรับรู้และแสดงอารมณ์ที่แตกต่างไป ลูกยังรับรู้ความรัก ความอบอุ่นเหมือนเด็กทั่วไป เพียงแต่ยังไม่รู้วิธีส่งต่อให้คนอื่นเข้าใจ

4. สัญญาณด้านพฤติกรรมและการเล่น

EarlySigns_web_4

เด็กออทิสติกมักมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่าง เช่น เล่นของเล่นเฉพาะตัว เล่นหมุนล้อรถแทนการเล่นขับรถ ชอบเรียงของเล่นเป็นแถว และชอบทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น โยกตัว หมุนตัว หรือสะบัดมือเวลาตื่นเต้น หมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือเสียงบางอย่าง และไม่ชอบการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน หรือเปลี่ยนการจัดเก็บสิ่งของภายในห้อง

5. สัญญาณด้านการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว

EarlySigns_web_5

เด็กบางคนอาจไวต่อสิ่งรอบตัวมาก เช่น ปิดหูเมื่อได้ยินเสียงดัง ร้องไห้เมื่อเจอแสงจ้า หรือไม่ชอบสัมผัสเนื้อผ้าบางชนิด ในขณะที่บางคนกลับไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ควรทำให้เจ็บหรือรำคาญ เช่น ล้มแรงแต่ไม่ร้อง หรือไม่หันเวลาเรียกชื่อ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าลูกผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบการรับรู้ของลูก (Sensory Processing) ทำงานแตกต่างไปจากเด็กทั่วไป

 

อ่านบทความ: ภาวะออทิสติกเทียม : และ 3 สาเหตุที่อาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กขาดการกระตุ้น
อ้างอิง
neurosciences.ucsd.edu
autismspeaks

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST