ในวันที่การศึกษาไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับเด็กทุกคน คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวเริ่มตั้งคำถามกับรูปแบบการเรียนแบบเดิมมากขึ้น เพราะแม้การเรียนในระบบจะให้ความรู้ที่จำเป็น แต่ก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์เด็กทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องของความสุข ความถนัด และจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของลูกแต่ละคน
โรงเรียนทางเลือก จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้วัดเด็กจากคะแนนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับตัวตนของลูกอย่างแท้จริง ทั้งการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การปลูกฝังคุณธรรม การพัฒนาทักษะชีวิต และการเติบโตตามธรรมชาติของวัยอย่างไม่เร่งรีบ
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนทางเลือก ให้ลูก เรารวบรวม 11 โรงเรียน พร้อมแนวทางการสอนและจุดเด่นของแต่ละที่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลในการเลือกพื้นที่การเรียนรู้ที่เหมาะกับลูกมากที่สุด
หรือเด็กๆ บ้านไหน กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนไหน ลองมาคอมเมนต์บอกกันได้นะคะ
1. โรงเรียนเพลินพัฒนา
ทำเล: ฝั่งธนบุรี, ทวีวัฒนา, พุทธมณฑล
หลักสูตรโรงเรียนเพลินพัฒนา (Plearnpattana School) มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Education) ตามแนวคิด “Play + Learn” เรียนอย่างมีความสุข เชื่อมโยงชีวิตจริง จัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับธรรมชาติของเด็กแต่ละช่วงวัย เสริมสร้างคุณลักษณะที่ดีงาม ศักยภาพการคิดขั้นสูง และทักษะชีวิตผ่านการลงมือทำ
จุดเด่น: การเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ให้เด็กลงมือทำโครงงานจริงที่ผสมการเล่นเข้ากับการเรียนอย่างมีความหมาย เด็กๆ จะได้พัฒนาทั้งความคิดและทักษะชีวิไปพร้อมกัน ทำให้เรียนอย่างมีความสุขและเข้าใจลึก ไม่ใช่แค่ท่องจำตั้งแต่ต้นจนจบ
ค่าเทอมโดยประมาณ: 166,000 – 195,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 33/39-40 ถนนสวนผัก แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
2. โรงเรียนทอสี
ทำเล: กรุงเทพฯ ฝั่งสุขุมวิท, คลองตันเหนือ, วัฒนา
โรงเรียนทอสีมีแนวทางการเรียนการสอนที่ผสานเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเข้าไปในทุกกิจกรรมอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กๆ จะค่อยๆ ซึมซับแนวคิดวิถีพุทธผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เรียนในตำรา แต่ได้เรียนรู้ทั้งการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นไปพร้อมกัน ที่นี่ไม่ได้มุ่งให้เด็กแข่งขันหรือเปรียบเทียบกับใคร แต่เน้นให้เข้าใจความสุขในแบบเรียบง่าย รู้จักพอ และเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี เด็กๆ จึงเติบโตขึ้นพร้อมความมั่นคงทางใจ และมีความพร้อมที่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับคนรอบตัวและสังคม
จุดเด่น: การบูรณาการวิถีพุทธเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กๆ ไม่ได้แค่เรียนรู้เรื่องคุณธรรมในห้องเรียน แต่ได้ลงมือใช้จริงในชีวิต พร้อมทั้งเติบโตท่ามกลางความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน ทำให้พัฒนาได้ทั้งด้านจิตใจและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล
ค่าเทอมโดยประมาณ: 140,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: ซอยปรีดีพนมยงค์ 41 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
3. โรงเรียนวรรณสว่างจิต
ทำเล: ฝั่งธนบุรี (ตอนล่าง), พระราม 2, บางขุนเทียน
ที่นี่มีแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ โดยนำจุดแข็งของหลายแนวคิดมาปรับใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Montessori, Waldorf, Whole Language และ Project Approach แล้วพัฒนาออกมาเป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนเองให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย
ในช่วงวัยเด็กเล็กจะยึดแนวคิดแบบวอลดอร์ฟที่เน้นความอบอุ่นและจังหวะชีวิตที่เป็นธรรมชาติ ระดับอนุบาลจะเริ่มผสานการเรียนรู้ด้านภาษาและการทำโปรเจกต์เข้ามา ส่วนระดับประถมจะใช้หลักสูตรแกนกลางควบคู่กับการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อให้เด็กได้เชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง ขณะเดียวกันก็ยังคงมีบรรยากาศของการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรีแทรกอยู่ในกิจกรรมต่างๆ
จุดเด่น: หลักสูตรผสมผสานที่ออกแบบเฉพาะของโรงเรียน ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากหลากหลายแนวคิดในที่เดียว พร้อมสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติ
ค่าเทอมโดยประมาณ: 60,000 – 80,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 137 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
4. โรงเรียนปัญโญทัย
ทำเล: กรุงเทพฯ ตอนเหนือ, สายไหม, สุขาภิบาล 5
โรงเรียนทางเลือกแนววอลดอร์ฟ ที่ยึดแนวคิดของรูดอล์ฟ สไตเนอร์เป็นแกนหลัก แต่มีการปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย เพื่อให้เด็กๆ เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา แนวทางของที่นี่ไม่ได้มุ่งเร่งวิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเป็นมนุษย์ของเด็กแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง
เด็กๆ จะได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ตามจังหวะวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ได้เล่น ได้ลอง ได้ลงมือทำจริง พร้อมทั้งเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองโดยไม่ถูกกดดัน บรรยากาศในโรงเรียนเน้นความเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ และลดการปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เด็กได้เติบโตจากภายในอย่างมั่นคง
จุดเด่น: การเรียนรู้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ได้แยกเป็นรายวิชาแบบชัดเจน เด็กๆ จึงค่อยๆ ซึมซับทักษะต่างๆ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังเรียน แต่กลับเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง ทั้งยังมีการปลูกฝังด้านอารมณ์ จริยธรรม และความรู้สึก เพื่อให้เติบโตเป็นคนที่มีความอ่อนโยนและเข้าใจผู้อื่น
ค่าเทอมโดยประมาณ: 100,000-200,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 199 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 (แยก10) แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ
5. โรงเรียนอนุบาลวรพิม
ทำเล: ฝั่งธนบุรี, เพชรเกษม, บางกอกใหญ่
ที่นี่ใช้แนวทางมอนเตสซอรี่ (Montessori) แบบเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล และเคารพจังหวะการเติบโตของเด็กแต่ละคนอย่างแท้จริง แนวคิดของที่นี่คือการเรียนรู้แบบไม่เร่งรีบ (Slow Education) ที่เชื่อว่าเด็กแต่ละคนมีช่วงเวลาของตัวเองในการเรียนรู้และพัฒนา
เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านสื่อและอุปกรณ์มอนเตสซอรี่ที่ออกแบบมาให้เข้าใจได้จากการลงมือทำจริง ช่วยส่งเสริมทั้งสมาธิ ความรับผิดชอบ การคิดอย่างเป็นระบบ และการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน โดยคุณครูจะทำหน้าที่คอยสังเกตและสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้ตามความพร้อมของตัวเอง มากกว่าการบังคับให้ทุกคนเรียนในจังหวะเดียวกัน
นอกจากด้านวิชาการ โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กค่อยๆ เติบโตเป็นคนที่รักการอ่าน รักการเขียน และมีความมั่นใจจากภายใน ผ่านบรรยากาศที่อบอุ่นและไม่กดดัน
จุดเด่น: การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงที่ลงมือทำจริงทุกขั้นตอนเชื่อมโยงความรู้กับชีวิต ทำให้เด็กเข้าใจลึก นำไปใช้ได้จริง และเติบโตตามพัฒนาการของตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ
ค่าเทอมโดยประมาณ: เริ่มต้นที่ 80,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 168/23 ซอยเพชรเกษม 16 ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
ทำเล: ฝั่งธนบุรี, ตลิ่งชัน, ถนนทุ่งมังกร
โรงเรียนทางเลือกที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ให้เด็กได้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และเต็มไปด้วยความเข้าใจในตัวเด็กแต่ละคน แนวทางของที่นี่ไม่ได้เน้นแค่การเรียนรู้ แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิต
หลักสูตรถูกออกแบบโดยยึดธรรมชาติของเด็กในแต่ละช่วงวัยเป็นหลัก ควบคู่กับการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน รวมถึงทักษะสมอง EF และการรู้จักตนเองหรือ SELF เพื่อให้เด็กได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ เด็กๆ จะค่อยๆ เรียนรู้เรื่องหน้าที่ ความรับผิดชอบ การดูแลตัวเอง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน
จุดเด่น: แนวคิดสำคัญของโรงเรียนคือการไม่ใช้การให้คะแนนหรือเกรดในการประเมิน แต่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้การประเมินตัวเองผ่านสิ่งที่ทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การทำกิจกรรม หรือการตั้งเป้าหมายเล็กๆ ของตัวเอง เด็กจะค่อยๆ เข้าใจขีดความสามารถของตัวเอง รู้ว่าอะไรทำได้หรือยังทำไม่ได้ และเรียนรู้ที่จะพัฒนาต่อไปด้วยตัวเอง
ค่าเทอมโดยประมาณ: 130,000 – 160,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 36/103 ถนนทุ่งมังกร แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
7. โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
ทำเล: ฝั่งธนบุรี, ทวีวัฒนา, ศาลาธรรมสพน์
โรงเรียนทางเลือกแนวบ้านเรียนที่ออกแบบการเรียนรู้ให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของเด็กมากที่สุด โดยเน้นการเรียนผ่านการเล่นเป็นหลัก เด็กๆ จะได้เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการลงมือทำ การสำรวจ และการใช้ประสบการณ์ตรงจากสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะการเรียนรู้จากธรรมชาติที่ช่วยให้เด็กเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง
แนวทางของที่นี่ไม่ได้มองแค่การพัฒนาด้านความรู้ แต่ให้ความสำคัญกับทักษะชีวิตในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือตัวเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือการเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมตามหลักพุทธศาสนาในแนวไตรสิกขา เพื่อให้เด็กค่อยๆ เติบโตทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา
จุดเด่น: การเรียนรู้แบบองค์รวมที่เชื่อมโยงชีวิตจริง เน้นให้เด็กกำกับตัวเองได้และเติบโตอย่างสมดุลทั้งความคิด อารมณ์ และการใช้ชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ให้ค้นหาศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่
ค่าเทอมโดยประมาณ: 156,000 ต่อปีขึ้นไป
สถานที่ตั้ง: 13/4 หมู่ 6 ถนน ศาลาธรรมสพน์ 42 แขวง ศาลาธรรมสพน์ เขต ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
8. โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่
ทำเล: กรุงเทพฯ ฝั่งสุขุมวิท/ใจกลางเมือง, คลองเตย, พระราม 4
โรงเรียนอนุบาลที่เน้นการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของวัย โดยใช้การเล่น การลงมือทำ และการทำโครงงานเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ เด็กๆ จะได้พัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมกัน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้คิด ทดลอง และเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่
แนวทางการเรียนของที่นี่ใช้ทั้ง Project Approach และ Active Learning เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งที่สนใจจริง เด็กๆ จะได้ฝึกตั้งคำถาม สังเกต ค้นคว้า และค่อยๆ สร้างความเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรง ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านศิลปะแบบ Process Art ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์
นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาษาอังกฤษผ่านการเรียนกับครูเจ้าของภาษาในทุกวัน รวมถึงการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ทั้งการฟัง มอง สัมผัส ดมกลิ่น และชิม เพื่อให้เด็กได้เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโลกจริงรอบตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่น: การเรียนรู้ผ่าน Project Approach และ Process Art ที่ช่วยให้เด็กได้คิด ทดลอง และสร้างสรรค์อย่างอิสระ ควบคู่กับการพัฒนาภาษาอังกฤษและทักษะรอบด้านผ่านการเล่นและประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน
ค่าเทอมโดยประมาณ: 80,000 – 120,000 ต่อปี
สถานที่ตั้ง: 3810 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
9. โรงเรียน ณ ดรุณ
ทำเล: กรุงเทพฯ ตะวันออก, วังทองหลาง, ประชาอุทิศ
โรงเรียนทางเลือกแนวใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงและความสุขของเด็กเป็นหัวใจหลัก โดยนำแนวคิด Reggio Emilia มาปรับใช้ร่วมกับหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ และผสมผสานองค์ประกอบจากหลักสูตรต่างประเทศ เพื่อให้เด็กได้รับทั้งพื้นฐานวิชาการและทักษะที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน
การเรียนการสอนของที่นี่จะเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลาง เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านการทำโปรเจ็กต์จากความสนใจของตัวเอง ซึ่งช่วยให้เกิดทั้งความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบไปพร้อมกัน การเรียนจึงไม่ใช่แค่การรับข้อมูล แต่เป็นการสร้างความเข้าใจด้วยตัวเองผ่านการลงมือทำจริง
จุดเด่น: การเรียนรู้แบบให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ผ่านการทำโปรเจ็กต์จากความสนใจจริง ควบคู่กับการพัฒนาภาษา และบรรยากาศการเรียนรู้โดยรวมถูกออกแบบให้ผ่อนคลายและไม่กดดัน เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีความสุข และกล้าแสดงออกในแบบของตัวเอง
ค่าเทอมโดยประมาณ: 130,000 ต่อปีขึ้นไป
สถานที่ตั้ง: 518/22 ซอยสหการประมูล ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
10. โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเพรพ มอนเตสซอรี่
ทำเล: กรุงเทพฯ ตะวันออก, วังทองหลาง, ลาดพร้าว, ประดิษฐ์มนูธรรม
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติที่ใช้หลักสูตรอังกฤษ โดยอิงตาม The National Curriculum for England และออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กเล็กในช่วงเตรียมอนุบาลถึงอนุบาล 3 ผ่านกรอบ Early Years Foundation Stage ซึ่งเน้นให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติในช่วงวัย
แนวทางการเรียนของที่นี่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น เด็กๆ จะได้พัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมกัน โดยกิจกรรมต่างๆ ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละช่วงวัย แม้จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่ก็มีการปรับเนื้อหาและวิธีการเรียนให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย ทำให้เด็กเติบโตอย่างเข้าใจทั้งโลกและรากฐานของตัวเอง
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการนำแนวคิดมอนเตสซอรี่มาปรับใช้ ทำให้การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เป็นเพียงนามธรรม แต่สามารถจับต้องได้ผ่านอุปกรณ์และการลงมือทำจริง เด็กจึงเข้าใจสิ่งที่เรียนได้ลึกและเชื่อมโยงกับชีวิตได้มากขึ้น
จุดเด่น: ความน่าสนใจของที่นี่คือรูปแบบปฏิทินการเรียน ที่แบ่งเป็น 2 เทอมต่อปีการศึกษา ซึ่งแตกต่างจากหลายโรงเรียนนานาชาติที่มักแบ่งเป็น 3 เทอม แนวทางนี้ช่วยลดความถี่ของช่วงปิดเทอม ทำให้ตารางชีวิตของครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่วัยทำงาน จัดการได้ง่ายขึ้น และไม่กระทบกับวันทำงานมากเกินไป
ค่าเทอมโดยประมาณ: 204,000 – 228,000 บาทต่อปี
สถานที่ตั้ง: 24 ซอยลาดพร้าว 88 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
ทำเล: กรุงเทพฯ ตะวันออก, วังทองหลาง, ลาดพร้าว
โรงเรียนอนุบาลทางเลือกที่ออกแบบการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของเด็ก โดยใช้แนวคิด Life-based Education ผสานกับมนุษยปรัชญา (Anthroposophy) และวอลดอร์ฟ เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติและมีความสุข โดยไม่เร่งวิชาการเกินวัย
แนวทางการเรียนของที่นี่ให้ความสำคัญกับการเล่น ศิลปะ นิทาน และการเคลื่อนไหว เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย เริ่มตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลที่เน้นกิจกรรมแบบวอลดอร์ฟ ผ่านการเล่านิทาน ร้องเพลง และการเคลื่อนไหวร่างกาย
เมื่อเข้าสู่อนุบาล 1 จะเริ่มผสานแนวคิดมอนเตสซอรี่ เพื่อช่วยพัฒนาเรื่องสมาธิ การควบคุมตัวเอง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ส่วนในระดับอนุบาล 2–3 จะมีการบูรณาการกิจกรรมด้านการละครเข้ามา เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออก เข้าใจอารมณ์ และรู้จักตัวเองผ่านเรื่องเล่าและดนตรี
จุดเด่น: การผสมผสานหลายแนวคิดอย่างวอลดอร์ฟ มอนเตสซอรี่ และศิลปะการละคร เข้ากับการเรียนรู้ผ่านชีวิตจริง ช่วยให้เด็กพัฒนาอย่างสมดุลโดยไม่เร่งวิชาการ และเติบโตอย่างมีความสุขในทุกช่วงวัย
ค่าเทอมโดยประมาณ: 100,000 บาทต่อปีขึ้นไป
สถานที่ตั้ง: 59 ซอยลาดพร้าว 124 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

COMMENTS ARE OFF THIS POST