คุณพ่อคุณแม่อาจเคยต้องตอบคำถาม เวลาที่ลูกสงสัยและอยากรู้ว่าสิ่งของสิ่งนั้นทำขึ้นมาได้ยังไง เป็นรูปร่างอย่างนั้นได้ยังไง แล้วก็ต้องจนมุม เพราะไม่รู้จะอธิบายให้ลูกเข้าใจขั้นตอนการผลิตของทุกอย่างได้อย่างไร
แต่ปัจจุบัน เด็กๆ อาจได้รับข้อมูลจากสื่อการเรียนรู้ยุคใหม่และเหล่าครีเอเตอร์ในโซเชียลมีเดียว่าเราสามารถสร้างสิ่งของจากจินตนาการให้กลายเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้จริง ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติหรือ 3D Printer ที่แม้จะดูเป็นเครื่องมือส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ชั้นดี แต่ถ้าลูกอยากได้ขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ก็คงต้องคิดหนักเรื่องความคุ้มค่า ราคา และไม่แน่ใจว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับเด็กหรือไม่
ปัจจุบัน 3D Printer เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนขึ้นอยู่กับความสามารถและความต้องการในการใช้งาน และบางรุ่นยังถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย เรียนรู้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเด็กๆ จะได้ออกแบบชิ้นงานผ่านโปรแกรมง่ายๆ หรือดาวน์โหลดโมเดลสำเร็จรูปจากเว็บไซต์ จากนั้นเครื่องจะพิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงานจริง ซึ่งกระบวนการตั้งแต่การเริ่มคิดแบบไปจนถึงการรอคอยให้ชิ้นงานสำเร็จนั้น ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่ยังเต็มไปด้วยบทเรียน การเรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกอีกด้วย
เด็กๆ ที่จะได้ประโยชน์จากการเรียนรู้การพิมพ์สามมิติ ไม่จำเป็นต้องมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นศิลปิน วิศวกร หรือดีไซเนอร์ตั้งแต่แรก เพราะเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ สามารถช่วยพัฒนาทักษะหลายด้าน และยังพร้อมเปิดประตูสู่โอกาสในอนาคตได้อีกด้วย
1. ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา
(Critical Thinking & Problem Solving)
การพิมพ์ชิ้นงานสามมิติมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับเด็กๆ ทำให้ลูกต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและต้องหาวิธีแก้ไขอยู่ตลอด เช่น ชิ้นงานไม่เป็นไปตามแบบ ชิ้นงานไม่แข็งแรง ลูกจะได้เรียนรู้การวิเคราะห์หาสาเหตุและลองผิดลองถูกอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และยังช่วยให้ลูกไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จในอนาคต
2. เสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
เมื่อมีเครื่องพิมพ์สามมิติ ลูกจะไม่ใช่แค่ผู้เล่นของเล่นสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว แต่จะกลายเป็นผู้ออกแบบและผู้ประดิษฐ์เองด้วย การจะเปลี่ยนความคิดในหัวให้กลายเป็นสิ่งของที่จับต้องได้นั้น ต้องอาศัยการคิดเชิงภาพ (Visual Thinking) ซึ่งต้องใช้จินตนาการสูงมาก ควบคู่ไปกับการคิดอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาให้ลูกเป็นเด็กที่ทั้งคิดเก่งและทำเองเป็น
3. ปูพื้นฐานทักษะ STEM
เครื่องพิมพ์สามมิติจะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์อย่างสนุกสนานผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ การตั้งคำถามเมื่อชิ้นงานมีปัญหา การใช้โปรแกรมสร้างแบบจำลอง และการได้เห็นโครงสร้างสิ่งของตอนพิมพ์ออกมา ซึ่งกระบวนการออกแบบ ทดลอง การประเมิน และการพัฒนาแก้ไขเหล่านี้ คือหัวใจสำคัญของทักษะ STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics)
4. ฝึกความอดทนและการเห็นคุณค่าของเวลา
การพิมพ์ชิ้นงานสามมิติที่มีความละเอียดอาจต้องใช้เวลาพิมพ์หลายชั่วโมง ลูกจะรู้จักการรอคอยและได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จที่สวยงามต้องใช้เวลาและการเตรียมตัวที่ดี การวางแผนก่อนเริ่มพิมพ์และการเฝ้าดูชิ้นงานค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด จะช่วยพัฒนาให้ลูกเป็นเด็กใจเย็นและเห็นคุณค่าของความพยายาม
5. เสริมสร้างความมั่นใจ
เมื่อลูกได้ผลิตผลงานสักชิ้นด้วยตัวเอง ลูกจะเกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทำให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าคิด กล้าทำ และวันหนึ่งนักประดิษฐ์ตัวน้อยอาจกลายเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้โลกใบนี้ก็ได้ค่ะ

COMMENTS ARE OFF THIS POST