งานวิจัยจากสวีเดนติดตามเยาวชนอายุ 16–28 ปี ที่สูญเสียพ่อหรือแม่จากโรคมะเร็ง โดยประเมินสภาพจิตใจทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนด้านจิตใจในช่วงเวลาหลังการสูญเสียประมาณ 14–18 เดือน ผลพบว่า เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมรายงานว่ามีการเติบโตทางจิตใจในบางด้าน โดยเฉพาะความรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น และการเห็นคุณค่าของชีวิตที่ชัดเจนขึ้น
นักวิจัยระบุว่า การเติบโตเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าความเศร้า ความคิดถึง หรือความเจ็บปวดจะหายไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นควบคู่กับความทุกข์ เยาวชนหลายคนรู้สึกว่าตัวเองสามารถรับมือกับความยากลำบากได้ดีขึ้น และมองชีวิตด้วยมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
นอกจากนี้ การเติบโตทางจิตใจยังเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตที่ดีขึ้น เช่น ความพึงพอใจในชีวิต ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และภาวะอารมณ์ที่มั่นคงกว่า ขณะที่เยาวชนที่มีอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้ามาก มักมีระดับการเติบโตทางจิตใจต่ำกว่า
งานวิจัยยังชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนเกิดการเติบโตทางใจ ได้แก่ การได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต รวมถึงการมีพื้นที่ปลอดภัยให้ได้พูดถึงความรู้สึกและประสบการณ์การสูญเสียของตัวเอง
นักวิจัยมองว่า การเข้าใจแนวคิดเรื่อง posttraumatic growth มีความสำคัญต่อการดูแลเยาวชนที่เผชิญความสูญเสีย เพราะจะช่วยให้ผู้ใหญ่และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิตสามารถสนับสนุนเด็กและวัยรุ่นให้ผ่านช่วงเวลายากลำบาก และค่อย ๆ เปลี่ยนประสบการณ์เจ็บปวดให้กลายเป็นพลังในการใช้ชีวิตต่อไปในระยะยาว

COMMENTS ARE OFF THIS POST