คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกังวลเรื่องอาหารขยะหรือสารปนเปื้อนต่างๆ รอบตัวลูก แต่ผลวิจัยล่าสุดจากไต้หวันชี้ให้เห็นว่า สิ่งใกล้ตัวอย่างน้ำตาลและสารให้ความหวานในเครื่องดื่มและขนมยอดนิยม อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนวัยอันควร
ข้อมูลจากงานวิจัยของโรงพยาบาลว่านฟัง กรุงไทเป ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่โดย นพ.เจียง โส่วซาน อายุรแพทย์โรคไตชื่อดังของไต้หวัน พบว่า เด็กที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเป็นประจำ มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วกว่าปกติ
นักวิจัยอธิบายว่า สารให้ความหวานบางชนิด เช่น แอสปาร์แตม ซูคราโลส และกรดไกลซีร์ริซิก อาจส่งผลต่อฮอร์โมนและความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของร่างกาย
ภาวะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนวัยอันควร หรือ CPP เป็นภาวะที่แพทย์ให้ความสำคัญ เพราะแม้เด็กจะดูตัวสูงกว่าเพื่อนในช่วงแรก แต่กระดูกอาจปิดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้หยุดสูงเร็ว และมีความสูงสุดท้ายต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
นอกจากเรื่องความสูงแล้ว ภาวะดังกล่าวยังอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านอารมณ์ ความเครียด และความเสี่ยงต่อโรคในระบบเผาผลาญเมื่อเติบโตขึ้น
งานวิจัยนี้ติดตามเยาวชนในไต้หวันจำนวน 1,407 คน ตั้งแต่ปี 2561 และพบว่ามี 481 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนวัย โดยผลกระทบของสารให้ความหวานอาจแตกต่างกันในเด็กชายและเด็กหญิง เช่น ซูคราโลสมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในเด็กชาย ขณะที่เด็กหญิงได้รับผลกระทบจากทั้งซูคราโลส กรดไกลซีร์ริซิก และน้ำตาลที่เติมในอาหาร
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ปกครองลดการบริโภคเครื่องดื่มรสหวาน ขนม และผลิตภัณฑ์ที่มีสารให้ความหวานสังเคราะห์เป็นประจำ พร้อมส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำเปล่าและรับประทานอาหารที่หลากหลายตามวัย เพื่อช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและสุขภาพในระยะยาว
อ้างอิง
sanook

COMMENTS ARE OFF THIS POST