เดนมาร์กประกาศยุติการสนับสนุนแนวทางฝึกการนอนของทารกแบบ Cry It Out ซึ่งเป็นวิธีที่ปล่อยให้เด็กทารกร้องไห้เป็นเวลานานเพื่อให้เรียนรู้การปลอบตัวเอง โดยแนวทางดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องว่าอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจของเด็ก
วิธี Cry It Out เป็นเทคนิคฝึกการนอนที่เคยได้รับความนิยมในบางประเทศ โดยมีแนวคิดว่าการปล่อยให้ทารกร้องไห้จนสงบลงเอง จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะนอนหลับได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิธีดังกล่าว
งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า การปล่อยให้ทารกร้องไห้เป็นเวลานานอาจทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาของสมองในช่วงวัยแรกเริ่ม รวมถึงอาจกระทบต่อความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูกในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานด้านสุขภาพของเดนมาร์กจึงหันมาแนะนำแนวทางการเลี้ยงดูที่อ่อนโยนและตอบสนองต่อความต้องการของทารกมากขึ้น โดยเน้นให้ผู้ปกครองรับฟังสัญญาณของลูกและเข้าไปปลอบโยนเมื่อเด็กแสดงความต้องการ แทนที่จะปล่อยให้ร้องไห้เพียงลำพัง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การตอบสนองต่อการร้องไห้ของทารกอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้าง ความผูกพันที่มั่นคง (secure attachment) ระหว่างพ่อแม่กับลูก ส่งเสริมสุขภาวะทางอารมณ์ และช่วยให้เด็กพัฒนาความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อเติบโต
การตัดสินใจของเดนมาร์กยังสะท้อนแนวโน้มการเลี้ยงลูกทั่วโลกที่กำลังให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูแบบเข้าอกเข้าใจและคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การตอบสนองต่อความทุกข์หรือการร้องไห้ของทารกไม่ใช่การตามใจลูก แต่เป็นส่วนสำคัญของการสนับสนุนพัฒนาการทั้งทางอารมณ์และจิตใจ
แนวทางการเลี้ยงดูที่เน้นความเข้าใจและการตอบสนองต่อความต้องการของทารกจึงถูกมองว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุข สุขภาพดี และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงระหว่างพ่อแม่กับลูกตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต

COMMENTS ARE OFF THIS POST