คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมลูกที่เคยเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง เริ่มพูดน้อยลง เก็บตัวมากขึ้น หรือดูหงุดหงิดง่ายกว่าเดิมเมื่ออายุเข้าสู่เลขสองหลัก
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาพัฒนาการอธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การดื้อหรือการต่อต้านพ่อแม่ แต่เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเข้าสู่กระบวนการ การหย่าร้างทางจิตใจ (Psychological Separation) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามธรรมชาติในการเติบโตเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
โดยมี 3 เรื่องที่พ่อแม่หลายคนมักเจอในช่วงวัยนี้
1. ลูกเริ่มไม่ค่อยเล่าเรื่องให้ฟังเหมือนเดิม
หลายครอบครัวพบว่าการคุยกับลูกยากขึ้น เมื่อลูกเริ่มมีโลกของตัวเอง ทั้งเรื่องเพื่อน เกม การ์ตูน หรือความสนใจใหม่ๆ รอบตัว
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไม่ใช่เพราะเด็กไม่อยากคุยกับพ่อแม่ แต่เมื่อพวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองสนใจไม่ได้รับการรับฟัง หรือถูกตัดสินอยู่เสมอ อาจเลือกที่ไม่เปิดใจกับคุณพ่อคุณแม่
2. ความเป็นห่วงของพ่อแม่ อาจกลายเป็นความกดดันโดยไม่รู้ตัว
ความกังวลเรื่องการเรียน อนาคต หรือความสำเร็จของลูก มักเกิดจากความรักและความหวังดีของพ่อแม่
อย่างไรก็ตาม งานศึกษาด้านจิตวิทยาครอบครัวหลายชิ้นพบว่า เด็กมีความไวต่ออารมณ์ของพ่อแม่ เมื่อผู้ใหญ่เครียดหรือกดดันอยู่บ่อยๆ เด็กก็มีแนวโน้มที่จะรู้สึกเหนื่อยล้า ดื้อรั้น หรือหมดกำลังใจได้ง่ายขึ้น
3. คำว่า ‘พ่อแม่ทำแบบนี้เพื่อลูก’ อาจไม่ได้ผลเหมือนเดิม
เมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนวัยรุ่น เด็กเริ่มต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น และต้องการให้ความคิดเห็นของตัวเองได้รับการรับฟัง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทุกอย่างแทนลูกเหมือนในวัยเด็ก แต่ควรค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้ลูกได้ฝึกคิด ฝึกเลือก และเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองตามวัย
ผู้เชี่ยวชาญทิ้งท้ายว่า การเลี้ยงดูลูกหลังอายุ 10 ขวบ อาจไม่ใช่เรื่องของการควบคุมเหมือนเดิม แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ชี้นำ มาเป็นผู้สนับสนุนที่คอยรับฟังและเดินเคียงข้างลูกในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเอง

COMMENTS ARE OFF THIS POST