การดูแลทารกในช่วงปีแรกนับเป็นความท้าทายของพ่อแม่มือใหม่ โดยเฉพาะในช่วงวัยที่การนอนของลูกที่ยังไม่มีรูปแบบที่แน่นอน เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณแม่อาจแทบไม่ได้นอนเพราะต้องคอยตื่นมาให้นมและกล่อมลูกน้อยตลอดทั้งคืน
สาเหตุที่ ลูกตื่นกลางดึก เป็นเพราะทารกในช่วงอายุ 0–4 เดือน คือช่วงวัยที่ยังไม่สามารถปรับร่างกายให้หลับและตื่นตามเวลาแบบผู้ใหญ่ได้ ธรรมชาติของทารกมักนอนหลับเป็นช่วงสั้นๆ ครั้งละ 2-4 ชั่วโมง แล้วตื่นขึ้นมาเพราะหิวหรือรู้สึกไม่สบายตัว ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
แต่สำหรับพ่อแม่มือใหม่ หาก ลูกตื่นกลางดึก เป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเผชิญภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและอารมณ์ได้ ดังนั้น นอกจากการพยายามเข้าใจธรรมชาติของทารกอย่างอดทนแล้ว เรามี 5 เทคนิควิธีที่จะช่วยคุณพ่อคุณแม่รับมือกับพฤติกรรมตื่นกลางดึกของลูกมาเป็นตัวช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องประสบภัยนอนน้อยจนอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการดูแลลูกต่อไปได้
1. สร้างนิสัยการนอนให้ลูก
ทารกมักเรียนรู้จากความคุ้นเคย ดังนั้น การสร้างกิจวัตรการนอนที่สม่ำเสมอ เช่น พาลูกเข้านอนในเวลาเดิมทุกวัน เริ่มจากการอาบน้ำในอุณหภูมิที่พอดี นวดตัวผ่อนคลาย ให้นม ปิดไฟ และเปิดเพลงกล่อมหรือเสียง white noise เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกเรียนรู้ว่า ‘ได้เวลานอนแล้ว’ หากลูกตื่นขึ้นมากลางดึก คุณแม่ควรทำทุกอย่างอย่างสงบและใจเย็น ใช้ไฟสลัว ไม่เล่นหรือพูดคุยเสียงดัง เพื่อลดการกระตุ้นไม่ให้ลูกตื่นตัวเกินไปจะช่วยให้ลูกกลับไปหลับต่ออีกครั้งได้ง่ายขึ้น
2. ฝึกให้ลูก ‘ตื่น’ แม้จะรู้สึกง่วง
แม่ๆ มักเผลอสร้างความเคยชินให้ลูกด้วยการอุ้มกล่อม และทำให้ลูกหลับสนิทในอ้อมกอดแม่ แล้วจึงค่อยวางลงบนเตียง นั่นอาจทำให้เมื่อลูกตื่นกลางดึก ลูกจะงอแงเพราะไม่พบสภาพแวดล้อมเหมือนตอนหลับอยู่อ้อมกอดของคุณแม่ และต้องการให้คุณแม่อุ้มเพื่อกล่อมนอนอีกครั้ง
ดังนั้น คุณแม่ควรวางให้ลูกนอนลงบนเตียงตั้งแต่ลูกเริ่มตาเริ่มปรือ มีอาการง่วง โดยที่ยังไม่หลับสนิท เพื่อให้ลูกเริ่มฝึกหลับด้วยตนเอง (self-soothing) วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาตื่นบ่อยกลางดึกในระยะยาวได้อีกด้วย
3. ปรับสภาพแวดล้อมการนอนของลูกให้ดีขึ้น
สภาพแวดล้อมมีผลต่อวงจรการนอนของลูกมากกว่าที่คิด การกล่อมลูกให้นอนหลับ ไม่จำเป็นต้องอุ้มกล่อมเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเริ่มจากการสร้างบรรยากาศในห้องนอน เช่น การปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมประมาณ 22–24°C ควบคุมเสียงในห้องให้สม่ำเสมอ ไม่มีเสียงดัง หรือเสียงที่ลูกไม่คุ้นเคย และลดเสียงที่เป็นสิ่งรบกวน รวมถึงควรใช้ม่านทึบแสงเพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ห้องมืด แปลว่าถึงเวลาที่ควรนอนหลับแล้วนั่นเอง
4. ดูแลอาหารการกินของลูก
การกินก็สัมพันธ์กับการนอนของทารกมากเช่นกัน เริ่มจากเพิ่มการให้นมในช่วงเย็น ให้ลูกกินบ่อยขึ้นในช่วงหัวค่ำ เช่น ทุก 1-2 ชั่วโมง เพราะจะช่วยให้ลูกอิ่มท้องนานขึ้น และยืดช่วงเวลานอนกลางคืนให้ยาวนานยิ่งขึ้น ที่สำคัญคืออย่าลืมตรวจดูอาการแพ้โปรตีนนมวัวหรือการมีแก๊สในท้อง เพราะบางครั้งที่ลูกตื่นบ่อยอาจเกิดจากท้องอืดหรือปวดท้อง สัญญาณบ่งบอกคือลูกมักงอแงมากหลังกินนมเสร็จ ในกรณีนี้คุณแม่อาจต้องปรึกษาแพทย์ หรือปรับอาหารของคุณแม่เอง (กรณีการให้นมแม่)
5. เมื่อลูกนอนกลางวัน แม่ก็งีบด้วย
อีกวิธีรักษาสุขภาพกายของคุณแม่ คือการ Nap Banking หรือการสะสมเวลานอนตอนกลางวัน เพื่อเก็บแรงไว้ตื่นตอนกลางคืน ดังนั้น คุณแม่ควรใช้เวลาที่ลูกหลับระหว่างวันในการนอนพักด้วยเช่นกัน เพราะการงีบเพียง 15-30 นาที ก็ช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่น และลดความเหนื่อยล้าในตอนกลางคืนได้อีกด้วย

COMMENTS ARE OFF THIS POST