เมื่อเด็กต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือการถูกทำร้าย แม้เหตุการณ์และความบาดเจ็บทางร่างกายจะผ่านพ้นไปได้ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจิตใจ อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น
ภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จนรู้สึกฝังใจและหวาดกลัวเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดความกลัว ความวิตกกังวล ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและพัฒนาการทางอารมณ์ในระยะยาวได้
เบื้องต้น อาการของภาวะ PTSD อาจทำให้เด็กๆ ฝันร้าย นอนผวา เห็นภาพหลอน และอาจเกิดความผิดปกติกับร่างกาย เช่น ตกใจกลัวจนตัวสั่น หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว ในเด็กเล็กอาจมีอาการตกใจตื่นกลางดึก ปัสสาวะรดที่นอน พัฒนาการถดถอย และพยายามแยกตัวจากผู้คนรวมทั้งคุณพ่อคุณแม่
ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มีลูกที่โชคร้ายต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจ จนมีความเสี่ยงว่าจะเกิดภาวะ PTSD ได้ ควรเฝ้าสังเกตอาการและเข้าให้ความช่วยเหลือลูกทันที
1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นที่ปลอดภัย
นักจิตวิทยาเด็กหลายคนให้ความเห็นตรงกันว่า คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ลูกรู้สึกกลับมามีความมั่นคงทางใจอีกครั้ง เช่น เปิดใจรับฟังลูก ให้โอกาสลูกได้แสดงออกทางความรู้สึกโดยไม่ถูกตัดสิน เพื่อช่วยให้ลูกค่อยๆ ผ่านพ้นความเจ็บปวดทางใจได้
2. มีกิจวัตรประจำวันที่มั่นคง
เด็กที่มีภาวะ PTSD จะรู้สึกปลอดภัยขึ้น หากอยู่ในกิจวัตรประจำวันที่คาดเดาได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกทำกิจวัตรตามปกติ เช่น ตื่นนอนเป็นเวลา กินข้าวเป็นเวลา คุณพ่อคุณแม่กลับบ้านตรงเวลา และพาลูกเข้านอนเป็นเวลา ก็จะช่วยลดความกังวล และสร้างความรู้สึกมั่นคงทางใจให้ลูกได้
3. ระมัดระวังสิ่งกระตุ้น
คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้ลูกนึกถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ และพยายามหลีกเลี่ยงการถามถึงเหตุการณ์นั้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการให้ลูกรับรู้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง หรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์ของตัวเองให้มากที่สุด

COMMENTS ARE OFF THIS POST