สำหรับเด็กๆ การเล่นนับเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเติบโต ถ้ามีกำลังทรัพย์เพียงพอ คุณพ่อคุณแม่ย่อมพร้อมลงทุนกับการซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการราคาแพง เพื่อให้ลูกได้เล่นสนุกและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมกัน
แต่ความจริงแล้ว การเล่นที่มีประโยชน์ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าต้องใช้ของเล่นที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเท่านั้น ในทางกลับกัน การเล่นโดยไม่มีของเล่น อาจเป็นโอกาสให้ลูกได้ใช้ฝึกทักษะและใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเดิม เพราะเมื่อไม่มีของเล่น เด็กจะเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัว เห็นความพิเศษในสิ่งของธรรมดา เช่น หมอนกลายเป็นเรือใบ ผ้าห่มกลายเป็นถ้ำ หรือเก้าอี้สองตัวกลายเป็นบ้านเล็กๆ ดังนั้น แม้ไม่มีของเล่น แต่คุณพ่อคุณแม่ให้เวลาและ เล่นกับลูก ก็ช่วยให้ลูกเกิดการเรียนรู้ ยังสร้างความผูกพัน ความมั่นคงทางใจ และความทรงจำที่อบอุ่นระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย
และเมื่อมองให้ลึกลงไปกว่านั้น การ เล่นกับลูก โดยไม่ต้องมีของเล่น แม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับมีคุณค่าและทรงพลังมากที่สุด เพราะหัวใจของการเล่นด้วยกันไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ได้ใช้กับลูกนั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มคิดว่า แล้วจะเล่นอะไรกับลูกดี เรามี 4 วิธีเล่นกับลูกแบบไม่ต้องมีของเล่น มาฝากค่ะ

1. เล่นบทบาทสมมติหรือเล่นจินตนาการ
หนึ่งในวิธีเล่นที่อบอุ่นและทรงพลังที่สุดคือ การเล่นสมมติหรือเล่นจินตนาการ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดๆ เลย แค่ใช้เสียง ใบหน้า และสิ่งของรอบตัวก็สามารถสร้างโลกใหม่ให้ลูกได้ทันที อาจเริ่มจากบทบาทง่ายๆ ที่ลูกเคยเห็นมาก่อน เช่น เล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้ ครูกับนักเรียน คนขายของกับลูกค้า หรือพ่อครัวแม่ครัวที่กำลังทำอาหารด้วยกัน การเล่นแบบนี้ช่วยให้ลูกได้ฝึกคิดอย่างอิสระ ได้สื่อสาร และได้เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้น
2. เล่นเคลื่อนไหวร่างกาย
อีกวิธีที่ช่วยให้ลูกได้ปลดปล่อยพลังและรู้จักร่างกายของตัวเองมากขึ้นคือการเล่นเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำไปพร้อมกัน เปิดเพลงโปรดแล้วปล่อยให้ทุกคนขยับตามจังหวะ หรือจะเปลี่ยนบ้านให้เป็นสนามผจญภัยขนาดย่อม ใช้หมอนเป็นภูเขา ผ้าห่มเป็นสะพาน และเก้าอี้เป็นอุโมงค์ให้ลอดผ่าน การเล่นแบบนี้ทำให้ลูกได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ ฝึกการทรงตัว และยังสนุกสนานอีกด้วย
กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและการประสานงานของร่างกาย แต่ยังสอนให้ลูกมีสมาธิและรู้จักควบคุมตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้น
3. เล่นกับธรรมชาติ
เพราะธรรมชาติเต็มไปด้วยของเล่นที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อมา คุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูกเดินเล่นในสวน เก็บใบไม้หลากสีหรือหินก้อนสวยกลับมาทำงานศิลปะ หรืออาจชวนกันเป็นนักสืบธรรมชาติคอยสังเกตสิ่งรอบตัว เช่น ใบไม้ที่มีรูปร่างแปลก ดอกไม้ที่สีไม่เหมือนกัน หรือเสียงนกร้องจากที่ไกลๆ
การเล่นกับธรรมชาติช่วยให้ลูกได้ฝึกสังเกตสิ่งรอบตัว มีสมาธิมากขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน บางครั้งแค่เงยหน้ามองก้อนเมฆ แล้วแต่งนิทานจากรูปร่างนั้นด้วยกัน ก็สามารถสร้างความสุขที่เรียบง่ายได้มากเลยทีเดียว
4. เล่นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์
ท้ายที่สุด ลูกอาจไม่ได้ต้องการของเล่นที่ดีที่สุดหรือของเล่นราคาแพง แต่สิ่งที่ลูกอยากได้มากที่สุด คือเวลาและความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่อย่างแท้จริง การนั่งข้างๆ ลูก ได้เล่นหัวเราะ หยอกล้อ หรือแม้แต่ทำกิจกรรมง่ายๆ ร่วมกัน ก็ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญและรู้สึกปลอดภัยได้แล้ว

COMMENTS ARE OFF THIS POST