สำหรับพ่อแม่ การเลี้ยงลูกคือความเหนื่อยที่มีความสุขที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น ความเหน็ดเหนื่อยที่แม้จะทำให้มีความสุข ก็สามารถเปลี่ยนเป็นความเครียดสะสมทีละเล็กทีละน้อย รู้ตัวอีกที คุณพ่อคุณแม่ก็ตกอยู่ในภาวะเครียด เหนื่อย หงุดหงิดง่าย และรู้สึกหมดไฟในที่สุด
ภาวะ Overwhelm เป็นภาวะที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกำลังเผชิญเพราะการที่ต้องรับหน้าที่บทบาทหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งการเลี้ยงดูลูก หน้าที่รับผิดชอบภายในบ้าน หน้าที่การงานนอกบ้าน ความคาดหวังจากคนรอบตัว และการตั้งมาตรฐานของตัวเองที่กลายเป็นแรงกดดันภายในจิตใจ รู้ตัวอีกที คุณพ่อคุณแม่ก็รู้สึกเหมือนกำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้คนเดียว
เมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร อยากปล่อยมือจากภาระหน้าที่ทั้งหมด ไม่อยากรับผิดชอบอะไรอย่างที่ผ่านมา นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังเผชิญกับความเหนื่อยล้ามากเกินไปอยู่ก็เป็นได้
ภาวะ Overwhelm หรือความรู้สึกท่วมท้นภายในใจ เป็นภาวะที่สมองและจิตใจรับมือกับข้อมูล ความรู้สึก หรือภาระมากเกินไป จนรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป
สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) อธิบายว่า ความรู้สึกเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มคุณแม่ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบหลายด้านโดยขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง
ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่จึงมีแนวโน้มตกอยู่ใน ภาวะ Overwhelm มากขึ้น
คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ต้องรับบทบาทหน้าที่หลายอย่าง และมักตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทั้งจากสังคมรอบข้าง เช่น คาดหวังว่าจะต้องเป็นแม่ที่ดีตามภาพในโซเชียลมีเดีย ต้องไม่บ่น ต้องไม่เหนื่อย ต้องมีเวลาให้ลูก ต้องจัดการทุกอย่างได้เอง ซึ่งความคาดหวังนี้นำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือความเหนื่อยล้าเรื้อรังจากการเลี้ยงลูก
นอกจากนี้ การทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย ยังส่งผลให้คุณแม่จำนวนมากต้องอยู่ในภาวะที่เรียกว่า mental load ซึ่งหมายถึงภาระทางความคิดที่มองไม่เห็น เช่น ต้องคิดเรื่องจัดตารางชีวิตลูก คิดเมนูอาหาร คิดเรื่องเสื้อผ้า คิดเรื่องการเงินในครอบครัว ทั้งหมดนี้แม้ไม่มีใครสั่งแต่สมองของคุณแม่ก็จะทำงานตลอดเวลา
สัญญาณเตือน
งานวิจัยใน Frontiers in Psychology ระบุว่า เมื่อคุณแม่ต้องดูแลลูกโดยไม่มีเวลาพัก และไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี จะมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะเครียดเรื้อรัง ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ความวิตกกังวลหรือซึมเศร้าในระยะยาวได้ ซึ่งสัญญาณที่บอกว่ากำลังตกอยู่ในภาวะนี้ ได้แก่
• เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย หรือขี้ลืม
• นอนไม่หลับ หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ
• ขาดแรงจูงใจ แม้กับสิ่งที่เคยชอบ
• รู้สึกผิดกับลูกหรือครอบครัวโดยไม่รู้เหตุผล
• รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจหรือไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องแกร่งตลอดเวลา
ความเข้าใจผิดที่พ่อแม่ยุคใหม่เผชิญคือ ความเชื่อว่า ต้องเก่ง ต้องแกร่ง ต้องเป็นทุกอย่าง จนลืมไปว่าเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีสิทธิ์จะอ่อนล้า มีสิทธิ์จะร้องไห้ และมีสิทธิ์จะขอหยุดพักบ้าง
ดังนั้น การยอมรับว่าตัวเองกำลังเหนื่อยจนรับไม่ไหว ไม่ได้แปลว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่าเราควรเริ่มต้นของการดูแลจิตใจของตัวเองได้แล้ว
วิธีดูแลตัวเอง
• พักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ คำแนะนำจากองค์กรสุขภาพจิต Mental Health America ระบุว่า การรู้จักสังเกตตัวเองและฝึก mindfulness แม้เพียงวันละไม่กี่นาที สามารถช่วยลดภาวะ overwhelm ได้ในระยะยาว
• ลดภาระบางอย่างลงบ้าง ไม่จำเป็นต้องทำให้สมบูรณ์แบบทุกเรื่อง
• ขอความช่วยเหลือได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจ หรือแม้แต่การพูดระบายก็ช่วยคลายปมในใจ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมกับความรู้สึกที่ว่า ‘ฉันต้องรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียว’
• กลับมาเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ล้มเหลว เพียงแค่กำลังเหนื่อยไปบ้าง และนั่นคือเรื่องธรรมดาสำหรับพ่อแม่ทุกคน

COMMENTS ARE OFF THIS POST