READING

Nurturing Moments : 7 ไอเดียสร้างช่วงเวลาแห่งการเอ...

Nurturing Moments : 7 ไอเดียสร้างช่วงเวลาแห่งการเอาใจใส่ลูก

Nurturing Moments

สิ่งสำคัญของการเลี้ยงดูลูกไม่ใช่แค่การดูแลเรื่องความเป็นอยู่และการเติบโตทางร่างกาย แต่คือการสร้างช่วงเวลาแห่งการเอาใจใส่ที่จะกลายเป็นความทรงจำและความผูกพันระยะยาวในชีวิตของลูก

ช่วงเวลาแห่งการเอาใจใส่ลูก หรือ Nurturing Moments คือช่วงเวลาสั้นๆ ในชีวิตประจำวันที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจมอบความรัก ความเอาใจใส่ และความอบอุ่นให้กับลูก ไม่ว่าจะเป็นการกอด การมองด้วยสายตาที่อบอุ่น พูดคุย และหัวเราะร่วมกัน ช่วงเวลาเหล่านี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเป็นพื้นฐานสำคัญของความไว้วางใจระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูก

การให้เวลาและเอาใจใส่ลูก อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่เพียงช่วยให้ลูกมีความรู้สึกปลอดภัยและเป็นที่รัก แต่ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจอีกด้วย

งานวิจัยของ Dr. Anthony Biglan นักจิตวิทยาพฤติกรรมจาก Oregon Research Institute ในปี 2012 พบว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและสนับสนุนเด็กตั้งแต่แรกเกิด สามารถช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในอนาคตได้

นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยของ Dr. L. Alan Sroufe จาก Institute of Child Development มหาวิทยาลัยมินนิโซตา ในปี 2005 พบว่า ความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกในช่วงแรกของชีวิตมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และพฤติกรรมของลูกในระยะยาว

เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มี Nurturing Moments ที่ดีกับลูก เรามี 7 ไอเดียสร้างช่วงเวลาแห่งการเอาใจใส่ ที่สามารถทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดีสำหรับลูกไปด้วยกันนะคะ

1. เลือกช่วงเวลาที่ใจพร้อมที่สุด

NurturingMoments_web_1

การเชื่อมโยงกับลูกไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดทั้งวัน แต่ควรเกิดขึ้นในเวลาที่คุณพ่อคุณแม่มีสมาธิและใจที่สงบพอจะมอบให้ลูกเต็มร้อย เช่น ช่วงหลังเลิกงานที่ได้พักหายใจแล้ว หรือช่วงเช้าในวันหยุดที่ไม่ต้องรีบไปทำงาน แม้จะเป็นเวลาเพียง 10–15 นาที แต่หากเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่อยู่กับลูกอย่างแท้จริง ไม่วอกแวก ไม่มีอะไรต้องกังวล หรือธุระที่ทำให้ต้องคอยสนใจโทรศัพท์มือถือ เพราะช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พร้อมที่จะโฟกัสที่ลูกนี่แหละค่ะ คือเวลาที่มีค่ามากสำหรับลูกมากที่สุด

2. เติมความอบอุ่นลงในกิจวัตรก่อนนอน

NurturingMoments_web_2

กิจวัตรก่อนนอนคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างความผูกพัน เพราะเป็นเวลาที่ลูกพร้อมจะสงบและเปิดใจรับความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ เช่น การอ่านหนังสือด้วยกันก่อนนอน เล่านิทานก่อนนอน การกอด หรือร้องเพลงกล่อมลูกเบาๆ กิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่าย รู้สึกปลอดภัยและเป็นที่รักของคุณพ่อคุณแม่ และเมื่อลูกโตขึ้นลองใช้ช่วงเวลาก่อนนอนเพื่อพูดคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นๆ จะช่วยให้ลูกรับรู้ความรักความห่วงใยจากคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

3. เข้าไปอยู่ในโลกที่ลูกสนใจ

NurturingMoments_web_3

เด็กแต่ละคนมีความสนใจเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการต่อเลโก้ เล่นเกม วาดรูป หรือแม้แต่ดูการ์ตูนซ้ำๆ คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ได้ชอบหรือสนุกกับการทำกิจกรรมนั้นๆ  แต่การพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่า ความชอบหรือสิ่งที่ลูกสนใจ ก็อยู่ในความสนใจของคุณพ่อคุณแม่เช่นกัน ถือเป็นหนึ่งในวิธียืนยันคุณค่าในตัวลูกและสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

4. ให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมประจำวัน

NurturingMoments_web_4

การให้ลูกช่วยในงานบ้านหรือกิจกรรมครอบครัวไม่ใช่เพียงการฝึกความรับผิดชอบ แต่ยังเป็นโอกาสสร้างความใกล้ชิดกัน ถึงแม้ว่างานที่ลูกทำอาจไม่เรียบร้อยไปบ้าง แต่ความสุขของการที่ได้ทำกิจกรรมทำร่วมกัน ได้สร้างความทรงจำและความอบอุ่นไปด้วยกัน คือสิ่งที่สำคัญมากกว่า

5. สร้างมุมแห่งการเอาใจใส่ในบ้าน

NurturingMoments_web_5

แม้ว่าสารพัดของใช้และของเล่นลูกจะกองเต็มบ้าน แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถสร้างพื้นที่เล็กๆ ให้เป็นมุมที่อบอุ่นได้ อาจเป็นมุมห้องที่ปูพรมเล็กๆ มีบีนแบ็ก ตุ๊กตา หนังสือ และของที่ลูกชอบ จุดนี้ไม่ใช่เพียงที่นั่งเล่น แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกและคุณพ่อคุณแม่ใช้ในการโอบกอด พูดคุย หรือพักใจ เช่น การนั่งอ่านนิทานด้วยกันในมุมโปรดของลูก หรือชวนลูกเล่าเรื่องราวสนุกๆ ในพื้นที่อบอุ่นแห่งนี้

6. ใช้สื่อและกิจกรรมที่ทำร่วมกัน

NurturingMoments_web_6

การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือเสียงด้วยกันไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ของการนั่งใกล้กัน ได้หัวเราะคิกคักด้วยกัน หรือพูดคุยถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ก็ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกได้

7. สร้างงานอดิเรกร่วมกัน

NurturingMoments_web_7

การมีงานอดิเรกที่คุณพ่อคุณแม่กับลูกทำด้วยกัน เช่น การปลูกต้นไม้ วาดภาพ ทำขนม หรือเล่นดนตรี เป็นการสร้างความทรงจำร่วมที่พิเศษ งานอดิเรกเหล่านี้ไม่เพียงทำให้มีหัวข้อพูดคุยใหม่ๆ แต่ยังช่วยให้ลูกเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ความอดทน และความภูมิใจในผลงานที่ทำเสร็จด้วยกันอีกด้วย

อ้างอิง
psychologytoday

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST