การเป็นพ่อแม่ อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้นึกย้อนกลับไปนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก นึกถึงวิธีที่ถูกเลี้ยง ถูกสอน ถูกลงโทษ ถูกคาดหวัง และเติบโตขึ้นมาจนเป็นตัวเองอย่างทุกวันนี้
พอถึงวันที่ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นพ่อแม่เองบ้าง คุณพ่อคุณแม่อาจเคยชินหรือคิดว่าหาก เลี้ยงลูกเหมือนตัวเองในวัยเด็ก ก็น่าจะทำให้ลูกเติบโตขึ้นมาอย่าง
ดีได้เช่นกัน
ถึงแม้การเลี้ยงดูที่คุณพ่อคุณแม่เคยได้รับ อาจถูกต้องและเหมาะสมกับยุคสมัยนั้น และส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่เติบโตมาเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพได้ แต่วิธีการเลี้ยงดูหลายอย่างอาจไม่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน รวมถึงตัวตนของลูกหรือเด็กแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน มีปัจจัยและจังหวะการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปตามยุคสมัย
ดังนั้น การเลี้ยงลูกเหมือนตัวเองในวัยเด็ก จึงอาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดสำหรับลูกเสมอไป เพราะอะไรบ้าง เรามีเหตุผลมาบอกค่ะ
1. ลูกไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นตัวแทนของพ่อแม่
ความจริงข้อแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องยอมรับคือ ลูกคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีบุคลิก ความชอบ และความต้องการเป็นของตัวเอง แม้จะได้รับการเลี้ยงดูแบบเดียวกัน แต่วิธีที่เคยใช้ได้ดีกับคุณพ่อคุณแม่ อาจไม่ได้ผลที่ดีกับลูก หรือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ดี ก็อาจไม่ใช่ความชอบหรือความถนัดของลูกก็เป็นได้
การพยายามยัดเยียดตัวตนของคุณพ่อคุณแม่ให้กับลูก อาจเป็นการละเลยความต้องการและตัวตนของลูกอย่างไม่ตั้งใจ เช่น คุณแม่เคยเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ชอบพูด และไม่แสดงความคิดเห็น จึงคาดหวังและพยายามให้ลูกเป็นเด็กแบบเดียวกัน แต่ความจริงแล้วทักษะการสื่อสารหรือการกล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ก็เป็นหนึ่งในทักษะที่เด็กยุคนี้ควรมีเช่นกัน
2. สังคมเปลี่ยนไป เด็กยุคใหม่ต้องการทักษะใหม่
ในยุคสมัยของคุณพ่อคุณแม่ เด็กอาจถูกสอนให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ ไม่ดื้อ ไม่เถียง และไม่ถามหาเหตุผล แต่ปัจจุบันเด็กๆ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ด้วยตัวเอง ทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กยุคปัจจุบันจึงควรเป็นการตั้งคำถาม หาคำตอบ และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายด้วยตัวเองได้
หากคุณพ่อคุณแม่ยังยึดติดกับวิธีเลี้ยงลูกแบบเดิมอาจทำให้ลูกขาดโอกาสในการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ได้
3. บาดแผลวัยเด็กของคุณพ่อคุณแม่ อาจถูกส่งต่อโดยไม่รู้ตัว
คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเคยมีความทรงจำที่ไม่ดีในวัยเด็ก และไม่เคยได้รับการแก้ไข แต่สุดท้ายก็สามารถเติบโตขึ้นมาได้เช่นกัน พอถึงเวลาเป็นพ่อแม่ กลับมองข้ามต้นเหตุของบาดแผลในใจเหล่านั้น เช่น คุณพ่อคุณแม่เคยถูกเลี้ยงมาด้วยการตีเพื่อสั่งสอน จึงเข้าใจว่า หากลูกทำผิด ก็ควรลงโทษด้วยการตีเช่นเดียวกัน
4. การเลี้ยงลูกไม่ใช่การย้อนวัยของตัวเอง
คุณพ่อคุณแม่หลายคนใช้ลูกเป็นโอกาสแก้ตัวสิ่งที่ตัวเองเคยผิดพลาด หรืออยากทำแล้วไม่ได้ทำในวัยเด็กเช่น ตอนเด็กคุณแม่เคยอยากเรียนเปียโนแต่ไม่มีโอกาส จึงอยากให้ลูกได้เรียนเปียโน โดยไม่ได้นึกถึงความชอบหรือความถนัดของลูก แต่เป็นการใช้ลูกมาเติมเต็มสิ่งที่ตัวเองเคยขาดในวัยเด็กนั่นเอง
5. ความรักที่แท้จริงคือการเห็นลูกเป็นตัวของตัวเองแบบที่เขาเป็น
การเลี้ยงลูกที่ใช้ได้กับทุกยุคสมัยก็คือการยอมรับและสนับสนุนลูกในแบบที่ลูกต้องการ รับฟังลูกอย่างลึกซึ้ง ไม่ตัดสิน ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตอบสนองและส่งเสริมลูกในแบบที่ลูกเป็นได้ดีขึ้น เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคง มีรากฐานทางใจที่แข็งแรง และเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมต่อไป

COMMENTS ARE OFF THIS POST