คุณพ่อคุณแม่อาจเคยรู้สึกกังวลว่าในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและท้าทาย เราจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้เติบโตอย่างคนที่พร้อมจะใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ การวางแผนการศึกษา โรงเรียน สภาพแวดล้อม และสังคมที่พยายามเตรียมไว้ให้ลูก จะดีพอสำหรับอนาคตหรือเปล่า ความกังวลนั้น อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่กลายเป็นพ่อแม่ที่เคร่งเครียด เข้มงวด และพยายามควบคุมลูกมากเกินไปได้
การ เลี้ยงลูกแบบปล่อยวาง จึงได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อละเลย แต่เป็นการเลี้ยงดูโดยไม่พยายามควบคุมหรือกดดันลูกมากเกินไป ส่งเสริมและสนับสนุนลูกโดยไม่แทรกแซง แต่คุณพ่อคุณแม่จะคอยอยู่เคียงข้างในฐานะผู้ให้คำปรึกษามากกว่าผู้บัญชาการ
นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหลายคนแนะนำว่า การรู้จักปล่อยวางของคุณพ่อคุณแม่ ไม่บังคับ ไม่บงการหรือควบคุมลูก นับเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาทักษะชีวิตและความรับผิดชอบของลูกได้
แนวทางการ เลี้ยงลูกแบบปล่อยวาง
1. เปิดพื้นที่ให้ลูกค้นพบตัวเอง
การเลี้ยงลูกแบบปล่อยวางเริ่มจากการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้ลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีคุณพ่อคุณแม่คอยกำกับหรือชี้นำตลอดเวลา การให้พื้นที่นี้ทำให้ลูกเรียนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ในการเลือกและมีความสามารถที่จะดูแลชีวิตตัวเอง แต่ยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยส่งเสริมและอยู่เคียงข้างเสมอ
2. ให้การสนับสนุนแทนการควบคุม
การเลี้ยงลูกแบบปล่อยวางเน้นการสนับสนุนและชี้แนะเมื่อจำเป็น เช่น เมื่อลูกต้องเลือกกิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจถามว่า ลูกอยากเรียนหรืออยากลองกิจกรรมอะไรบ้างการสนับสนุนแบบนี้สอนให้ลูกเรียนรู้การตัดสินใจด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ การได้ลองผิดลองถูกช่วยให้ลูกเข้าใจว่า ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และทุกครั้งที่ผ่านอุปสรรคได้ ลูกจะรู้สึกภาคภูมิใจและมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้น
3. เริ่มจากเรื่องเล็กๆ แล้วขยายไปเรื่องใหญ่
การฝึกปล่อยวางควรเริ่มจากเรื่องง่าย เช่น ให้ลูกจัดกระเป๋าโรงเรียนเอง เลือกชุดที่อยากใส่ หรือเลือกขนมที่ชอบ จากนั้นค่อยๆ ขยับไปเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น วางแผนทำโปรเจกต์ หรือจัดการเวลาเรียนและเวลาส่วนตัว การเริ่มจากเรื่องเล็กช่วยให้ลูกและพ่อแม่ปรับตัวได้อย่างนุ่มนวล และทำให้ลูกเข้าใจว่าการรับผิดชอบตัวเองเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเกินไป
4. ให้ความรักแบบไม่ผูกมัด
ความรักแบบไม่ผูกมัดหมายถึง คุณพ่อคุณแม่ไม่สร้างเงื่อนไขในความรักที่มีต่อลูก เป็นความรักที่ไม่ตั้งอยู่บนความคาดหวัง การควบคุม หรือความต้องการให้ลูกเป็นไปตามใจของพ่อแม่ แต่เป็นความรักที่เปิดพื้นที่ให้ลูกได้เติบโตตามแบบของตัวเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของลูก ให้โอกาสลูกเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง แม้จะไม่เป็นไปตามที่พ่อแม่คาดหวัง และให้ความรักโดยไม่มีการต่อรองแลกเปลี่ยน เช่น ไม่พูดว่า “ถ้าลูกทำได้ พ่อแม่จะรักมากขึ้น”
5. การปล่อยวางคือการอยู่ร่วมกันอย่างใจเย็น
สุดท้าย การปล่อยวางคือการอยู่ร่วมกันอย่างใจเย็น ไม่กดดันหรือควบคุมลูกในทุกเรื่อง แต่คอยเป็นเพื่อน คอยให้กำลังใจ และเป็นร่มเงาให้ลูกเติบโต
นอกจากนี้ การปล่อยวางยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกอบอุ่นมากขึ้นอีกด้วย ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะลองทำสิ่งใหม่ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เครียดจนเกินไป และเมื่อลูกประสบความสำเร็จ ก็จะเกิดความภูมิใจที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
อ้างอิง
meditatehappier
littleones

COMMENTS ARE OFF THIS POST