READING

Hyper-Independence : ลูกไม่เคยขอความช่วยเหลือ ก็ไม...

Hyper-Independence : ลูกไม่เคยขอความช่วยเหลือ ก็ไม่ได้แปลว่าเข้มแข็ง

Hyper-Independence

หากคุณพ่อคุณแม่มีลูกเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่งอแง ชอบแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่แทบไม่ต้องคอยช่วยหรือจัดการอะไรให้ เช่น ทำการบ้านเอง จัดกระเป๋าเอง ล้มแล้วลุกเอง และมักปฏิเสธที่จะรับความช่วยเหลือจากคนอื่น คุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ลูกเติบโตอย่างเข้มเข็งและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี

แต่ในความเป็นจริง เด็กที่ไม่เคยขอความช่วยเหลือ อาจไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องการความช่วยเหลือเสมอไป นักจิตวิทยาอธิบายว่า เด็กบางคนอาจมีลักษณะที่เรียกว่า Hyper-Independence หรือภาวะการพึ่งพาตัวเองมากเกินไป ซึ่งไม่ได้เกิดจากความมั่นใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกลไกที่เด็กสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง หลังจากเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกว่าต้องอดทนกับทุกเรื่องตลอดเวลา หรือการขอความช่วยเหลืออาจทำให้ถูกปฏิเสธ ถูกตำหนิ หรือถูกมองว่าเป็นภาระ

แม้ภายนอกเด็กที่เป็น Hyper-Independence จะดูเป็นเด็กเก่ง มีความรับผิดชอบ และสามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่ภายในจิตใจกลับอาจกำลังแบกรับความกดดันไว้เพียงลำพัง เพราะเชื่อว่าตัวเองต้องรับมือกับทุกปัญหาด้วยตัวเองเสมอ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตให้แน่ใจว่า ลูกทำทุกอย่างได้เองด้วยความเต็มใจ หรือต้องพยายามทำเองเพาะ ‘ไม่กล้าขอให้ใครช่วย’ และเมื่อเจอเรื่องที่ยากเกินกำลัง ลูกกล้าที่จะแสดงความอ่อนแอหรือบอกคุณพ่อคุณแม่เพื่อขอคำแนะนำหรือไม่ เพราะสิ่งที่จะบอกได้ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรวางใจหรือใส่ใจลูกมากขึ้นก็คือการสังเกตความแตกต่างระหว่างลูกเข้มแข็งจากจิตใจที่แท้จริงหรือว่ากำลังพยายามทำตัวเก่งเพราะไม่รู้ว่าจะพึ่งพาใครกันแน่

1. พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้เรื่องนั้นจะเกินกำลัง

HyperIndependence_web_1

การฝึกให้ลูกอดทนและแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา การลองผิดลองถูก และมีความภาคภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันเด็กที่มีภาวะพึ่งพาตัวเองมากเกินไปมักเลือกแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว แม้จะเหนื่อยหรือเกินความสามารถ เพราะเชื่อว่าการขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องน่าอาย หรือกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ทั้งที่จริงแล้ว การกล้ายอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ ก็เป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตเช่นเดียวกัน

2. ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ เพราะกลัวเป็นภาระของคนอื่น

HyperIndependence_web_2

เด็กบางคนไม่ได้ไม่อยากขอความช่วยเหลือ แต่เคยชินกับการคิดว่าอย่าไปรบกวนคนอื่นเลยหรือขอความช่วยเหลือเดี๋ยวก็โดนดุ จึงเลือกเก็บปัญหาไว้คนเดียว แม้ในวันที่ตัวเองกำลังลำบากก็ตาม แต่เด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ อาจเรียนรู้ว่าการเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวปลอดภัยกว่าการเปิดเผยความอ่อนแอ จนสุดท้ายไม่กล้าขอความช่วยเหลือแม้ในวันที่ตัวเองต้องการมากที่สุด

3. ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในกลับเหนื่อยและโดดเดี่ยว

HyperIndependence_web_3

เมื่อลูกเชื่อว่าตัวเองต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง จึงเติบโตมาเป็น ‘เดอะแบก’ ที่คอยจัดการทุกปัญหาโดยไม่ยอมให้ใครช่วย แม้ภายนอกจะดูเป็นคนเก่งและพึ่งพาได้ แต่ภายในกลับรู้สึกเหนื่อย เครียด และกดดันตัวเองอยู่ตลอดเวล

นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังอาจสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนอื่นได้ยาก เพราะไม่คุ้นเคยกับการเปิดเผยความรู้สึกหรือขอความช่วยเหลือ เมื่อเจอปัญหาจึงเลือกเก็บไว้คนเดียว จนรู้สึกโดดเดี่ยว แม้จะมีคนอยู่รอบตัวมากมายก็ตาม

4. สอนให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้ แต่ก็ต้องกล้าขอความช่วยเหลือเป็น

HyperIndependence_web_4

การส่งเสริมให้ลูกลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองยังคงเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจเปลี่ยนจากการคาดหวังให้ลูกทำได้ทุกอย่างมาเป็นการสอนให้ลูกรู้ว่าเรื่องไหนควรลองทำเอง และเรื่องไหนสามารถขอความช่วยเหลือได้

เมื่อเห็นว่าลูกพยายามเต็มที่แล้ว แทนที่จะพูดว่า “แค่นี้เอง ทำไมทำไม่ได้” ลองเปลี่ยนเป็น “อยากให้ช่วยตรงไหนหรือเปล่า” เพราะประโยคเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรู้ว่าการขอความช่วยเหลือก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น และเมื่อคุณพ่อคุณแม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกกล้าเข้ามาปรึกษา เด็กก็จะเติบโตเป็นคนที่ทั้งรับผิดชอบตัวเองได้ และรู้ว่าไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอไป

 

อ่านบทความ: อยากให้ลูกเข้มแข็ง: 5 วิธี สอนลูกให้พร้อมเผชิญทุกปัญหาและอุปสรรคในชีวิต
อ้างอิง
psychologytoday
mentalhealthde
reddit

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST