READING

พ่อแม่หมดรักกัน (Empty-shell Marriage) แต่ทนอยู่เพ...

พ่อแม่หมดรักกัน (Empty-shell Marriage) แต่ทนอยู่เพื่อลูก… ดีกับลูกจริงเหรอ?

พ่อแม่หมดรักกัน

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมอยากสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและดีที่สุดเอาไว้ให้ลูก โดยภาพครอบครัวในอุดมคติของคนส่วนใหญ่ คือการมีพ่อแม่และลูกอยู่ด้วยกันด้วยความรักความเข้าใจ และมีความสุข

แต่ในความเป็นจริงชีวิตคู่หลังมีลูกอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น บางครอบครัว พ่อแม่หมดรักกัน แต่ต้องอยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เงียบและจืดจางลงไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ลักษณะนี้เรียกว่า Empty-shell Marriage ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่ว่างเปล่า มีแต่ภาพการเป็นสามีภรรยาที่ยังคงอยู่ แต่แทบไม่เหลือความผูกพันและเชื่อมโยงทางใจกันอีกต่อไป

 เมื่อ พ่อแม่หมดรักกัน หลายคู่อาจเลือกที่จะทนอยู่ด้วยกันต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพื่อให้ลูกได้เติบโตในครอบครัวที่มีพ่อแม่ครบถ้วน แม้ความจริงงานวิจัยจะระบุว่า ลูกสามารถรับรู้ความตึงเครียดและบรรยากาศเมื่อพ่อแม่อยู่ภาวะความสัมพันธ์ Empty-shell Marriage และมีผลกระทบต่อพัฒนาการ จิตใจ และบุคลิกภาพของลูกได้

ดังนั้น การทนอยู่โดยที่ไม่รักกันเหมือนเดิม จะดีกับลูกอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจริงหรือเปล่า… เราลองมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันอีกครั้งนะคะ

1. ลูกสับสนทางอารมณ์ และรู้สึกผิดโดยไม่รู้ตัว

แม้คุณพ่อคุณแม่จะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึก แต่เมื่อลูกโตขึ้นเขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานลบและบรรยากาศที่อึดอัดภายในบ้าน การทนอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุขทำให้ลูกเกิดความตึงเครียด แต่ไม่อาจเข้าใจสถานการณ์หรือไม่สามารถรู้สาเหตุที่ชัดเจน บางครั้งลูกอาจคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่รักกันหรืออยู่ด้วยกันไม่มีความสุข ซึ่งความสับสนและความรู้สึกผิดนี้สามารถนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล (Anxiety) และมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคงในระยะยาวได้

2. ทำให้ลูกขาดทักษะการสื่อสารเชิงบวก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่อยู่ในสภาวะ Empty-shell Marriage มักจะสื่อสารกันน้อยลง หรือสื่อสารกันด้วยท่าทีที่ห่างเหิน การที่ลูกไม่เห็นตัวอย่างการสื่อสารอย่างเปิดใจตรงไปตรงมา การรับฟัง และการแสดงความเห็นอกเห็นใจกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ลูกขาดต้นแบบที่ดีในการพัฒนาทักษะการสื่อสาร เมื่อมีปัญหา ลูกอาจเลือกเก็บเงียบ ไม่แสดงออก แทนที่จะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่

3. แยกตัวสันโดษ แสดงความก้าวร้าว

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดสร้างความเครียดสะสมให้กับลูกได้ และความเครียดนี้จะแสดงออกมาผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น แยกตัวสันโดษ แสดงความก้าวร้าว หรืออาจรุนแรงถึงขั้นมีปัญหาสุขภาพจิตในเด็กได้

4. ขาดความมั่นใจและความภูมิใจในตัวเอง

เมื่อคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกันแบบไร้ความรักและความผูกพันทางใจ ลูกจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เย็นชา แม้จะไม่มีการทะเลาะกันให้เห็นก็ตาม แต่บรรยากาศอย่างนั้นก็อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ที่อบอุ่นและเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ตามมาก็คือการตั้งคำถามถึงคุณค่าของตัวเองว่าเป็นลูกที่ดีพอสำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า ทำตัวน่ารักพอไหม หรือเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ไม่รักกัน กลายเป็นความไม่มั่นใจที่ฝังลึกตั้งแต่วัยเด็กโดยที่ลูกไม่รู้ตัว

5. ซึมซับรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่ Healthy

ความเงียบงัน การไม่สื่อสาร ความห่างเหิน หรือการทนอยู่ด้วยกันเพียงเพราะหน้าที่ จะกลายเป็นต้นแบบความรักของลูกในอนาคต

เมื่อลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่แสดงความรัก ไม่สื่อสารกัน หรือไม่แก้ไขความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์ ลูกจะเรียนรู้และจดจำว่าความสัมพันธ์ คือการอดทนอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ แม้จะไม่มีความสุข นำไปสู่การสร้างหรือตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) ได้ง่าย

อ้างอิง
Winstonsolicitors
WKOfamilylaw

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST