แม้จะมีคำกล่าวที่ว่าลูกเราไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ลูกของใครก็ย่อมน่ารักสำหรับคนนั้นเสมอ เพียงได้มองใบหน้าเล็กๆ ปากนิด จมูกหน่อยของลูก คุณพ่อคุณแม่ก็ยิ้มออกได้ทันที
หลายคนอาจเรียกอาการนี้ว่าคนเห่อลูกหรือหลงลูก แต่ความจริงแล้ว ความรู้สึกเหล่านี้มีส่วนเชื่อมโยงกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Baby Schema ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความผูกพันลึกซึ้งระหว่างพ่อแม่กับลูกถึงแม้โดยธรรมชาติแล้ว ลูกคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาพร้อมความน่ารักน่าเอ็นดู ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถมอบความรักและการดูแลให้ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข นอกจากความน่ารักไร้เดียงสาแล้ว ความอ่อนแอและบอบบางของทารกน้อย ก็ปลุกสัญชาตญาณความรู้สึกอยากปกป้องดูแลของคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นหน้า
แต่หากบอกว่าความรักของพ่อแม่เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะ แท้จริงแล้ว ความน่ารัก น่าเอ็นดูของลูก อาจมีที่มาจาก Baby Schema ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกหลงรัก หลงใหล และมีกำลังใจที่จะเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในสายตาเราต่อไปนั่นเอง
Baby Schema คืออะไร
Baby Schema หรือ Kindchenschema เป็นแนวคิดที่ Konrad Lorenz นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ได้เสนอขึ้นในปี 1943 เพื่ออธิบายลักษณะทางกายภาพเฉพาะของทารกที่สร้างความรู้สึกเอ็นดูและน่ารัก
ดวงตากลมโต หน้าผากกว้าง แก้มกลม จมูกเล็ก และสัดส่วนของศีรษะที่ดูใหญ่กว่าลำตัวในทารก ลักษณะเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความน่ารักในความหมายทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกทางชีวภาพที่ช่วยกระตุ้นสมองของผู้ใหญ่ให้เกิดความผูกพันและความอยากดูแลอย่างลึกซึ้ง
เมื่อผู้ใหญ่เห็นลักษณะทางกายภาพเหล่านี้ สมองจะตอบสนองโดยอัตโนมัติด้วยการกระตุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรัก ความผูกพัน ซึ่งทำให้เกิดการดูแลปกป้องทารกในวัยที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ความน่ารักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความน่ารักและท่าทางที่น่าเอ็นดูของทารกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวิวัฒนาการ เพื่อช่วยให้ทารกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นในช่วงวัยแรกเกิด
งานวิจัยในยุคปัจจุบันโดย Melanie L. Glocker และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) ได้ใช้เทคนิค MRI ตรวจดูการทำงานของสมองผู้ใหญ่เมื่อเห็นใบหน้าทารก พบว่า Baby Schema กระตุ้นการทำงานในบริเวณสมองส่วน nucleus accumbens และ orbitofrontal cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจและการสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ ทำให้ผู้ใหญ่เกิดความอยากอุ้มและดูแลทารกอย่างธรรมชาติ
นอกจากนี้ ทารกยังใช้เสียงร้องไห้ที่มีความแหลม ใส และท่าทางอ้อนออด ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของกระบวน Baby Schema ที่ช่วยกระตุ้นความสนใจและความเห็นใจจากผู้ใหญ่ ช่วยให้ทารกได้รับความอบอุ่น ปลอดภัย และการตอบสนองที่เหมาะสมจากคนรอบข้าง
ทำไมลูกเราถึงน่ารักที่สุดในโลก
ถึงแม้ Baby Schema จะเป็นกลไกทั่วไปที่กระตุ้นความรักและการดูแลทารกทุกคน แต่ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้นมีความพิเศษและลึกซึ้งมากกว่า
ฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งถูกเรียกว่าฮอร์โมนแห่งความรัก จะหลั่งออกมามากขึ้นเมื่อพ่อแม่สัมผัสลูก สบตา หรือแม้แต่ฟังเสียงร้องของลูก ฮอร์โมนนี้ช่วยเพิ่มความรู้สึกรัก ความผูกพัน และความไว้วางใจ ส่งผลให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิต
การตอบสนองของสมองที่มีต่อ Baby Schema และการหลั่งฮอร์โมนรักนี้ช่วยสร้างสายใยระหว่างพ่อแม่และลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และช่วยให้พ่อแม่อดทนและทุ่มเทกับการเลี้ยงดูแม้ในเวลาที่เหน็ดเหนื่อย จึงไม่แปลกใจเลยที่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า ยังไงลูกก็น่ารักแม้ว่าจะงอแงและทำให้ปวดหัวมากแค่ไหนก็ตาม
ความรักที่เกิดจากธรรมชาติ
ความรัก ความผูกพันที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่วคราว แต่เป็นกลไกธรรมชาติที่สำคัญซึ่งช่วยส่งเสริมการเลี้ยงดูและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเด็ก
Baby Schema มาพร้อมกับฮอร์โมนและกระบวนการทางสมองที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกอยากดูแล ปกป้อง และอยู่เคียงข้างลูกในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลไกที่ธรรมชาติออกแบบไว้ เพื่อให้พ่อแม่มีแรงใจในการเลี้ยงดูลูก ไม่ว่าลูกจะร้องไห้ งอแง หรือเติบโตไปอย่างไรความรู้สึกผูกพันก็ยังคงแน่นแฟ้นอยู่เสมอนั่นเอง

COMMENTS ARE OFF THIS POST