ช่วงเวลาหลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไป รอบตัวเราอาจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ของคนสมหวัง ความเสียใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนที่ผิดหวัง บรรยากาศเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นและรับรู้ได้กับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เด็กๆ ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ก็สัมผัสได้เช่นกัน
เรื่องราวหลังจากวันเลือกตั้ง ที่เด็กๆ ได้เห็นการรณรงค์หาเสียง การต่อแถวเข้าคูหา การติดตามผลการนับคะแนน เด็กๆ คงกำลังสงสัยว่า เลือกตั้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปบ้าง ความท้าทายของคุณพ่อคุณแม่ก็คือ จะอธิบายเรื่องที่ดูซับซ้อนอย่างการจัดตั้งรัฐบาล หรือการบริหารประเทศหลังจากรู้ ผลการเลือกตั้ง ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายได้อย่างไร โดยที่ไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว เพราะพื้นฐานของการเป็นพลเมืองที่ดีเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า เสียงของทุกคนมีความหมาย และการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องอาศัยการรับฟังและการทำงานร่วมกันเป็นทีม
แต่แทนที่จะทำให้การเมืองเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กๆ เราชวนคุณพ่อคุณแม่พูดคุยและอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของ ผลการเลือกตั้ง ด้วยการยกตัวอย่างง่ายๆ และอธิบายด้วยภาพให้ลูกเข้าใจได้ กันดีกว่าค่ะ

เลือกตั้งคืออะไร
ลองนึกว่า ในห้องเรียนของลูกมีเพื่อนหลายคนอยากเป็นหัวหน้าห้อง และเพื่อนที่อยากเป็นหัวหน้าห้องแต่ละคนก็มีกลุ่มหรือทีมงานเป็นของตัวเอง แต่เพื่อให้ถูกใจคนในห้องมากที่สุด เราจึงให้ทุกคนช่วยกันโหวตเลือกว่าจะให้เพื่อนคนไหนได้เป็นหัวหน้าห้อง
การเลือกตั้งก็เหมือนกัน ถ้าห้องเรียน = ประเทศของเรา, ผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง = เพื่อนในห้อง, นายกรัฐมนตรี = คนที่อยากเป็นหัวหน้าห้อง, พรรคการเมือง = ทีมงานของคนที่อยากเป็นหัวหน้าห้อง, สส. = คนที่เพื่อนๆ ในห้องเรียนไว้ใจให้ทำเรื่องสำคัญๆ แทนตัวเองได้
ชนะแล้ว ใครเป็นใครบ้าง??
พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง หมายถึงพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด หัวหน้าพรรคนั้นๆ จะได้เป็น นายกรัฐมนตรี ต้องตั้งทีมมาช่วยกันทำงานเรียกว่า รัฐบาล และเลือกคนมาช่วยดูแลด้านต่างๆ เช่น ดูแลเรื่องเงิน ดูแลเรื่องคุณภาพการศึกษา ดูแลเรื่องการสร้างถนน โรงพยาบาล และคุณภาพชีวิต เรียกว่า คณะรัฐมนตรี หน้าที่คือช่วยกันคิด วางแผน และตัดสินใจ เพื่อให้คนในประเทศมีชีวิตที่ดีขึ้น
การทำงานจริงต้องอาศัยการคุยกันและหาข้อตกลง
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อเลือกตั้งจบ ทุกอย่างจะทำได้ทันที แต่ในความจริงการทำงานของประเทศต้องผ่านการพูดคุย เจรจา และหาทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เพราะสังคมมีคนหลายกลุ่ม หลายความคิด การเป็นผู้นำจึงไม่ใช่การชนะแล้วสั่งได้ แต่คือการประสานให้ทุกอย่างเดินหน้าโดยไม่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
คำสัญญาตอนหาเสียง คือสิ่งที่คนจะจับตาดูต่อไป
เด็กๆ อาจอยากรู้ว่านักการเมืองจะทำตามที่เคยสัญญาไว้ตอนหาเสียงได้หรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้สอนให้ลูกเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบ การรักษาสัญญา และการคิดให้รอบคอบก่อนพูด เพราะตอนหาเสียงแต่ละคนมักพูดถึงสิ่งที่อยากทำ แต่หลังจากเริ่มทำงานจริงจะมีทั้งเรื่องที่ทำได้เร็ว เรื่องที่ต้องใช้เวลา และเรื่องที่อาจทำไม่ได้จริง การติดตามผลงานคนที่เราเลือกจึงเป็นเรื่องสำคัญ เหมือนเวลาที่ลูกเลือกหัวหน้าห้องไปแล้ว ก็ต้องมีคนคอยตรวจสอบดูว่าเขาทำงานได้ดีหรือทำได้อย่างที่เคยบอกไว้หรือเปล่าด้วยเช่นกัน
แล้วใครต้องตรวจสอบรัฐบาล
คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล เราเรียกว่า ‘ฝ่ายค้าน’ คือคนที่ได้รับเลือก แต่ไม่ได้อยู่ร่วมในทีมรัฐบาล ก็จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบผลงานของรัฐบาลแทน บทบาทหน้าที่ของฝ่ายค้านจึงเหมือนเพื่อนที่คอยถามว่า “ทำแบบนี้ดีจริงเหรอ?” หรือ “ทำอย่างนี้จะคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่ายไปหรือเปล่า?” เพื่อให้รัฐบาลทำงานอย่างรอบคอบมากขึ้น และรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนจริงๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือการเคารพการตัดสินใจของคนอื่น
บางครอบครัวอาจความคิดเห็นไม่เหมือนกัน เลือกไม่เหมือนกัน บางคนอาจเชียร์คนละพรรค แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สอนลูกได้ดีที่สุดไม่ใช่การบอกว่าใครถูกหรือผิด แต่คือการทำให้ลูกเห็นว่า คนในบ้านสามารถคิดต่างกันได้โดยไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะหัวใจของประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่การคิดเหมือนกันหมด แต่อยู่ที่การอยู่ร่วมกันได้ แม้จะเห็นต่างก็ตาม

COMMENTS ARE OFF THIS POST