READING

ลูกสายตาสั้น : เตรียมรับมือเด็กรุ่นใหม่สายตาสั้นมา...

ลูกสายตาสั้น : เตรียมรับมือเด็กรุ่นใหม่สายตาสั้นมากขึ้น

ลูกสายตาสั้น

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกทำท่าหยีตาเวลาอ่านหนังสือ ขยับหน้าเข้าใกล้จอมากขึ้น หรือบ่นปวดตาเวลาเพ่งหรือจ้องอะไรนานๆ คล้ายอาการสายตาสั้นในผู้ใหญ่ แต่ก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าลูกยังเด็ก ไม่น่ามีภาวะสายตาสั้นได้ง่ายๆ

จากสถิติในปี 2023 พบว่าภาวะสายตาสั้นในเด็กมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงร้อยละ 36 ปัญหา ลูกสายตาสั้น ไม่ได้สำคัญแค่ทำให้ลูกต้องใส่แว่นหรือคอนแทกเลนส์ไปตลอดชีวิต แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาที่รุนแรงในอนาคต เช่น ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อมได้

ปัจจัยหลักที่ทำให้ ลูกสายตาสั้น มาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยเฉพาะเรื่องพันธุกรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า หากคุณพ่อคุณแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่มีสายตาสั้น ลูกจะมีโอกาสสายตาสั้นมากกว่าเด็กคนอื่นถึง 3 เท่า บวกกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันที่เด็กๆ เข้าถึงหน้าจอสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตในวัยที่เร็วขึ้น การใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลที่ต้องเพ่งสายตาอยู่กับที่นานเกินไป จึงเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้โครงสร้างลูกนัยน์ตาเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดภาวะสายตาสั้นก่อนวัยอันควร

แล้วคุณพ่อคุณแม่จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกสายตาสั้นก่อนวัยอันควรได้อย่างไรบ้าง เรามี 5 เทคนิคถนอมสายตาลูกมาบอกค่ะ

1. สนับสนุนการเล่นนอกบ้าน

Myopic_web_1

การปล่อยให้ลูกออกไปเล่นนอกบ้านอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง เป็นวิธีป้องกันภาวะสายตาสั้นที่ดีที่สุด งานวิจัยระบุว่าแสงแดดจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ในจอประสาทตา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยับยั้งไม่ให้ลูกตาขยายยาวผิดปกติจนเกิดสายตาสั้น นอกจากนี้ การที่ลูกได้ใช้สายตามองพื้นที่โล่งและกว้าง ทำให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลาย ไม่ต้องใช้การเพ่งเหมือนตอนเล่นสมาร์ตโฟนที่มีพื้นที่การมองจำกัด

2. กฎทอง 20-20-20

Myopic_web_2

ในวันที่ลูกเลี่ยงการใช้หน้าจอไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ลองนำกฎ 20-20-20 มาใช้ได้ นั่นหมายถึง ทุกๆ 20 นาที ที่ลูกใช้สายตาเพ่งหน้าจอ ให้ลูกพักสายตา 20 วินาที โดยการมองออกไปไกลๆ ที่ระยะ 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร วิธีนี้จะช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา และช่วยให้เลนส์ตาได้คลายตัวจากการเพ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

3. จัดมุมเรียนของลูกให้เหมาะสม

Myopic_web_3

ควรจัดพื้นที่มุมอ่านหนังสือหรือมุมทำการบ้านของลูกให้มีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดหรือจ้าจนเกินไป และควรฝึกให้ลูกนั่งหลังตรง เว้นระยะห่างจากหนังสือหรือหน้าจอประมาณ 30-40 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ไม้บรรทัดครึ่ง เพราะยิ่งก้มตัวใกล้หนังสือมากเท่าไหร่ สายตาก็ยิ่งต้องใช้การเพ่งมากและทำงานหนักกว่าปกติ

4. กำหนดช่วงพักจอ (Screen Detox)

Myopic_web_4

คุณพ่อคุณแม่ควรกำหนด Screen Time ให้เหมาะสมตามช่วงวัยของลูก โดยเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปียังไม่ควรใช้หน้าจอเลย เด็กวัยเรียนควรจำกัดเวลาให้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน และควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้าไม่เพียงแต่ทำร้ายดวงตา แต่ยังรบกวนการนอนหลับ ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของร่างกายและพัฒนาการทางสมองของลูกอีกด้วย

5. พาลูกพบจักษุแพทย์ทุกปี

Myopic_web_5

เด็กๆ มักไม่รู้ว่าการมองไม่ชัดคือภาวะสายตาสั้น การพาลูกไปตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เด็กอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประเมินความเสี่ยงและตรวจหาภาวะผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อดูแลไม่ให้ค่าสายตาสั้นพุ่งสูงเกินไป

อ้างอิง
BBC
Fox13News
Subanjayamedicalcentre
Praram9hospital

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST